ป.ป.ส. จับมือสื่อมวลชน ประชุมเสวนาแนวนโยบายยาเสพติดตามแผนประชารัฐฯ

เมื่อวันที่ : 27 ก.ย. 2559 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
27 ครั้ง
ป.ป.ส. จับมือสื่อมวลชน ประชุมเสวนาแนวนโยบายยาเสพติดตามแผนประชารัฐฯ

27-9-59-01.jpg 

      วันอังคารที่ 27 กันยายน 2559 เวลา 10.00 น. สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการงานยาเสพติด 3 คณะ คือ (1) คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน (2) คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและจัดระบบการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด (3) คณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์และให้ข้อมูลข่าวสาร จัดการประชุมเสวนาแนวนโยบายยาเสพติดตามแนวทางประชารัฐ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในปีงบประมาณ 2560 โดยมีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน นายแพทย์ จิโรจ สินธวานนท์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและจัดระบบการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด และนายวิทยา สุริยะวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์และให้ข้อมูลข่าวสาร พร้อมด้วย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 3 คณะ รวมถึงผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุมพร้อมคณะผู้บริหารสื่อมวลชน บรรณาธิการ หัวหน้าฝ่ายข่าว และสื่อมวลชนทุกแขนง ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ ชั้น 3 อาคาร 2 สำนักงาน ป.ป.ส.
      พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ได้มีคำสั่งจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 3 คณะ เพื่อเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทางใหม่อย่างมีระบบ ได้แก่
1. คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน ที่มีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชนใน 2 ประเด็น คือ
- การปรับปรุงกฎหมาย ตามร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยรวบรวมกฎหมายยาเสพติด 7 ฉบับมาเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยมีสาระสำคัญ คือ ภาคความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด : จะมีการปรับปรุงระบบกำหนดโทษ โดยแยกผู้เสพ แรงงานขนยาฯ ออกจากนักค้าอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักค้ารายใหญ่ มีโทษสูงสุดประหารชีวิต กลุ่มแรงงาน และกลุ่มเหยื่อ สำหรับการปรับปรุงฐานความผิดและบทลงโทษให้ยกเลิกระบบนับเม็ดและปริมาณสารบริสุทธิ์ แต่นำระดับของการกระทำความผิดโดยใช้พฤติการณ์และความร้ายแรงเป็นเครื่องกำหนดโทษ ภาคการบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและมาตรการอื่นแทนการลงโทษ : เน้นการสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู โดยให้ศูนย์คัดกรองทำการตรวจประวัติและคัดแยกเพื่อส่งบำบัดในสถานที่ที่เหมาะสม ปัจจุบันร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหาประมวลกฎหมายยาเสพติดโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา
- การปรับนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย นำทิศทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดของโลก มาปรับทิศทางนโยบายยาเสพติดของไทย โดยจำแนกและจัดนโยบายที่เหมาะสมของตัวยาเสพติดแต่ละชนิด ไม่เหมารวมเหมือนกันทั้งหมด ดำเนินการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับพืชเสพติดและตัวยาเสพติดรวม 4 ชนิด คือ กัญชง กัญชา กระท่อม และเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า เพื่อให้มีการนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างเหมาะสม โดยอยู่ในการควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้จะมีการดำเนินการกับกัญชงและกระท่อมเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศ ถึงนโยบายยาเสพติดที่จะออกมาใหม่ ซึ่งไม่ได้ปล่อยให้ยาเสพติดเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่เป็นการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเหมาะสม ค่อยเป็นค่อยไป อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อปรับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีความสมดุลในทุกมาตรการ
2. คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและจัดระบบการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน โดยมี นายแพทย์ จิโรจ สิทธวานนท์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วม ทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชน โดยให้แนวนโยบายการบำบัดฟื้นฟู ภายใต้แนวคิด “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” ต้องได้รับการดูแล และบำบัดฟื้นฟูอย่างมีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขถือเป็นภารกิจสำคัญในการเข้ามา มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป โดยจะเข้ามารองรับการดำเนินงานในแต่ละจุด แต่ละระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป และในปีงบประมาณ 2560 จะรับผิดชอบกำกับการดำเนินงานบำบัดรักษาฟื้นฟูได้ครบทุกระบบทั่วประเทศ เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดให้สถานพยาบาลซึ่งมีอยู่ 896 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์คัดกรองและส่งต่อผู้เข้ารับการบำบัดอย่างเหมาะสม โดยดำเนินการคัดกรองผู้เข้ารับการบำบัดเป็น 3 ระดับ คือ ผู้ใช้ : เสพครั้งคราว ผู้เสพ : ใช้สม่ำเสมอขึ้น และผู้ติด : ใช้ในปริมาณมากและหยุดเสพไม่ได้ และเมื่อผ่านการบำบัดรักษาแล้ว ทางรัฐบาลจะจัดให้ความช่วยเหลือ ทั้งให้การศึกษาต่อ ให้การฝึกทักษะอาชีพ การจัดหางาน และเงินทุนประกอบอาชีพ ให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษาได้กลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
3. คณะอนุกรรมการติดตามสถานการณ์และให้ข้อมูลข่าวสาร ที่มีนายวิทยา สุริยะวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชนในประเด็นแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด โดยขอความร่วมมือผ่านสื่อมวลชนในการร่วมรณรงค์ป้องกันและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันยาเสพติด เชิญชวนผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ให้ออกมาแสดงตัวและเข้ารับการบำบัด พร้อมทั้งเผยแพร่แนวทางในการบำบัดรักษายาเสพติดให้ประชาชนได้รับทราบ ตลอดจนทำความเข้าใจกับนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งกระบวนการบำบัดฟื้นฟู การปรับกฎหมาย ให้เกิดความสมดุลและยุติธรรม เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่สื่อไปยังประชาชนมีความชัดเจนและถูกต้อง  
      นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณท่านผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ที่ได้มาแลกเปลี่ยน ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะผู้บริหารสื่อมวลชน และสื่อมวลชนทุกท่านที่สละเวลาเข้าร่วมรับฟังและทำความเข้าใจกับนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแนวทางใหม่ของรัฐบาลและสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งการดำเนินนโยบายตามแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน รวมถึงการปรับทิศทางนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อก้าวเดินไปสู่แนวปฏิบัติตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก 2016 (UNGASS 2016) ที่มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดและให้ทุกประเทศยอมรับว่ายาเสพติดเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องร่วมมือกัน ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ และปรับแนวทางจากการทำสงครามกับยาเสพติดไปสู่การใช้ระบบสาธารณสุขและการแพทย์เป็นหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติด”

27-9-59-02.jpg27-9-59-03.jpg 

27-9-59-04.jpg27-9-59-05.jpg 

27-9-59-07.jpg27-9-59-06.jpg 


 
YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ