สำนักงาน ป.ป.ส. นำคณะสื่อมวลชน ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. และมวลชนในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ภายใต้โครงการ “ประชารัฐร่วมใจ พลิกผืนฝิ่น คืนผืนป่า” รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยบ้านซอแอะ และมอบชุดนิทาน “อ่านอุ่นรัก” ชุดการเล่น “เล่นล้อมรัก” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดแทรกเนื้อหาความรู้และเสริมทักษะความสามารถของสมองในการบริหารจัดการชีวิต หรือ EF (Executive Functions) ให้รู้จักสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ในระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2559 ณ บ้านซอแอะ หมู่ที่ 12 ตำบลแม่ตื่น อำเภอก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า การจัดโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ พลิกผืนฝิ่น คืนผืนป่า” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ เป็นส่วนหนึ่งของกลไกประชารัฐรวมพลังประชาชนและภาครัฐในการแก้ไขปัญหาฝิ่นอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมมือกับหน่วยงานภาคี จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่ ศมพ.อมก๋อย, ศป.ปส.อ.อมก๋อย, โครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน , อบต.แม่ตื่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อมก๋อย ผนึกกำลังแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างจิตสำนึกไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝิ่น และการคืนผืนป่าต้นน้ำให้อำเภออมก๋อย เพราะบางพื้นที่ยังมีการปลูกฝิ่นอยู่ และจากการสำรวจของสำนักงาน ป.ป.ส. ในปี 2558-2559 (ส.ค. 58-ก.พ. 59) พบว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกฝิ่น จำนวน 2,407 ไร่ และพบผู้เสพฝิ่นจำนวนกว่า 200 ราย ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุและวัยกลางคนขึ้นไป โดยสาเหตุหลักที่ยังคงมีการใช้ฝิ่น เพราะเป็นอัตลักษณ์วิถีชีวิตของบางพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มชาวเขาในพื้นที่ห่างไกล บางครอบครัว มีการลักลอบปลูกเพื่อใช้ในครัวเรือนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาปลูกเพื่อจำหน่าย และยากต่อการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่รัฐในการรณรงค์ป้องกันและปราบปราม กอร์ปกับการไม่มีความรู้ในอาชีพการเกษตรอย่างอื่น จึงถูกว่าจ้างจากนายทุนนอกพื้นที่ให้ทำการปลูกฝิ่น นอกจากนี้ยังใช้ฝิ่นทดแทนยาสามัญประจำบ้าน เนื่องจากเส้นทางคมนาคมลงมาโรงพยาบาลไม่สะดวก และความไม่เพียงพอ ในการบริการสาธารณสุข โดยในปี 2559 อำเภออมก๋อยได้นำผู้เสพผู้ติดฝิ่นออกมาบำบัดฯ ร่วมกับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ เชียงใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากถึง 230 ราย ในรูปแบบการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (Harm Reduction) โดยการให้ยาเมทาโดนทดแทนและมีการติดตามอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 1 ปี และมีมาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ จำนวน 106 ราย ยึดฝิ่นดิบได้ 1,912 กรัม ยึดเมล็ดพันธุ์ฝิ่นได้ 7,071 กรัม อุปกรณ์การเสพฝิ่นได้ 27 ชุด รวมทั้งมีการจัดค่ายพัฒนาแกนนำ “เยาวชนอมก๋อยใฝ่ดีปลอดฝิ่น” ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จำนวน 4 รุ่นๆ ละ 150 คน เพื่อสร้างเยาวชนชนเผ่ารุ่นใหม่ของอำเภออมก๋อย ให้สามารถเป็นกำลังหลักที่สำคัญของประเทศโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝิ่นหรือยาเสพติดอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ส. ยังร่วมกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ดำเนินการทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความต้องการการใช้ฝิ่นในพื้นที่ ได้แก่ การปราบปราม การบำบัดรักษา การติดตามฟื้นฟูช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพผู้เสพผู้ติดฝิ่น การป้องกันในกลุ่มเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ตลอดจนการพลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำจากแปลงฝิ่นในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อแนวความคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ
นายจำลอง ปันดอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น กล่าวว่า สำหรับการร่วมปลูกป่ากับสำนักงาน ป.ป.ส. ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในการลดพื้นที่ปลูกฝิ่นลงอย่างถาวร โดยสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนชนเผ่าในพื้นที่ เป็นหลักและมีหน่วยงานภายนอกเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนพื้นที่แปลงปลูกฝิ่นในพื้นที่ตำบลแม่ตื่น ที่มีอยู่จำนวน 138 ไร่ และกระจายอยู่หลายหมู่บ้าน ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของแม่น้ำปิงตอนบนที่ไหลลงเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ให้ฟื้นกลับคืนมาเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์อีกครั้ง โดยไม่มีการลุกล้ำหรือถือครองเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบธรรม ซึ่งจากการสำรวจในปี 2559 พบว่า บ้านซอแอะ หมู่ 12 ตำบลแม่ตื่น มีผู้เข้ารับการบำบัดฝิ่นในช่วงเดือนมีนาคม 2559 จำนวน 50 ราย มีแปลงฝิ่น จำนวน 9 แปลง บนพื้นที่ 7 ไร่ และที่สำนักงาน ป.ป.ส. จะดำเนินการปลูกป่าในครั้งนี้บนพื้นที่ จำนวน 2 ไร่ ซึ่งการทำกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นเป็นการรวมพลัง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ตามแนวทางประชารัฐร่วมกันของภาคประชาชนและภาครัฐในตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะแก้ไขปัญหาฝิ่นให้หมดไปจากประเทศได้อย่างแท้จริง
นายวิตถวัลย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการมอบพื้นที่ปลูกป่าให้เป็นป่าชุมชน โดยชาวบ้านในตำบลแม่ตื่น จะทำการดูแลพื้นที่ปลูกป่าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น ที่จะไม่ให้กลับไปเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นอีก รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทดแทนการปลูกฝิ่น ภายใต้โครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืนอีกด้วย โดยมีเป้าหมายที่พลิกคืนผืนป่าจากพื้นที่ปลูกฝิ่นทั้ง 138 ไร่ ของตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย ให้กลับคืนมาเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์อีกครั้งภายใน 5 ปี ทั้งนี้ได้มีการบรรจุกิจกรรมไว้ในแผนแม่บทโครงการแก้ไขปัญหาฝิ่นยาเสพติดและความมั่นคงพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) เรียบร้อยแล้ว โดยมุ่งเน้นการคืนผืนป่า ลดปัญหาฝิ่นให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม”