วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2559 เวลา 06.00 น. นายณรงค์ รัตนานุกูล เเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย ผอ.ศรป. กอง 12 ผบ.พันสห.ทท. นสร. กองทัพเรือ และรอง ผบ.พัน สห.ทอ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสนธิกำลังพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 199 นาย ปฏิบัติการตามเป้าหมายที่มีหมายจับในข้อหาสมคบสนับสนุนช่วยเหลือ 6 เป้าหมาย 6 จังหวัด 21 พื้นที่ทั่วประเทศ มุ่งตัดวงจรการเงินเพื่อทำลายเครือข่ายนักค้า เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส.
นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ตามนโยบายของ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเรือนจำ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้สืบสวนขยายผลและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลัง เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดดังกล่าว โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำไปสู่การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นผู้ต้องขังและบุคคลภายนอกเรือนจำ และได้กำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการต่อบุคคลในเครือข่าย คือ
1. น.ช.วรายุทธ แสงอรุณ (แจ้งข้อกล่าวหา)
2. นายชลัมพล ทับจันทร์ (จับกุมตัวได้)
3. นายวุฒิพงษ์ พิพิธธนกุล (หลบหนี)
4. นายพรชัย อยู่สวัสดิ์ (จับกุมได้)
5. น.ช.สราวุทธ นุชนารถ (แจ้งข้อกล่าวหา)
6. น.ส. อัญวีณ์ สุภัสสรวรกันต์ (จับกุมตัวได้)
พื้นที่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 6 จังหวัด 21 พื้นที่ (จังหวัดระยอง 10 จุด ชลบุรี 4 จุด สมุทรปราการ 4 จุด นครปฐม 1 จุด ราชบุรี 1 จุด และกรุงเทพมหานคร 1 จุด)
สรุปผลปฏิบัติการสามารถจับกุมเป้าหมายที่มีหมายจับตามแผนได้ 5 ราย (หลบหนีได้ 1 ราย) และจับกุมผู้ต้องหาอื่นเพิ่มอีกจานวน 3 ราย รวมการจับกุมครั้งนี้ 8 ราย ดังนี้
1. แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ น.ช.วรายุทธ แสงอรุณ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางเขาบิน และ น.ช.สราวุทธ นุชนารถ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางระยอง
2. จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 ราย คือ นายชลัมพล ทับจันทร์, น.ส. อัญวีณ์ สุภัสสรวรกันต์ และนายพรชัย อยู่สวัสดิ์
3. จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม จำนวน 3 ราย คือ นายสถาพร ไกรกล้า ในข้อหาครอบครองยาเสพติด (ไอซ์), นายเทพมงคล พิพิธธนกุล ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และนายธนชัย พิพิธธนกุล ข้อหาเสพกัญชา (สมัครใจเข้ารับการบำบัด)
การยึดอายัดทรัพย์สิน จำนวน 86 รายการ มูลค่าประมาณ 10,800,000 บาท ได้แก่
1. รถยนต์ 11 คัน
2. รถจักรยานยนต์ 6 คัน
3. ทองรูปพรรณ 27 รายการ
4. บัญชีธนาคาร 7 รายการ
5. บัตรเอทีเอ็ม
6. เครื่องใช้ไฟฟ้า 3 รายการ
7. เงินสด 600,000 บาท
8. โทรศัพท์มือถือ 7 รายการ
นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำว่า ยุทธการ “ขยายผลตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติดในครั้งนี้เป็นความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันของ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด โดยมุ่งเป้าหมายที่ดำเนินการตามกฎหมายตามหลักฐานที่มีหรือขยายผลยึดทรัพย์ จับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายเครือข่ายและโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศ โดยการใช้อำนาจของกฎหมายตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (มาตรการสมคบ และอายัดทรัพย์สิน) รวมไปถึงมาตรการตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการปราบปรามนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ผู้มีบทบาทเป็นนายทุน ผู้สั่งการหรือผู้อยู่เบื้องหลังที่รับผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติดไม่ว่าจะโดยการครอบครองทรัพย์สินต่างๆ ทั้งในชื่อตนเองหรือของบุคคลอื่น รวมไปถึงกระทำการฟอกเงินในลักษณะใดๆ โดยใช้มาตรการริบทรัพย์เป็นสำคัญ เพื่อลิดรอนหรือตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยในวันนี้จะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อทำลายเครือข่ายสำคัญในเรือนจำ รวมเป้าหมายบุคคล 10 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 9 ราย ตรวจค้นเป้าหมายพื้นที่ 21 พื้นที่ 6 จังหวัด เพื่อยึดอายัดทรัพย์สิน เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้ประมาณ 10 ล้านบาท อาทิ ยานพนะ 22 คัน และบัญชีธนาคารอีกเป็นจำนวนมาก