พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยธ. สั่งตั้งทีมเช็คบิลเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองเอี่ยวยาเสพติด จ่อจัดการ 17 ราย

เมื่อวันที่ : 3 มิ.ย. 2559 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
71 ครั้ง
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยธ. สั่งตั้งทีมเช็คบิลเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองเอี่ยวยาเสพติด จ่อจัดการ 17 ราย

Boss.jpg

 

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 เวลา 10.00 น. นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เผยความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559 – 2560 ในส่วนของมาตรการการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559 - 2560

นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “จากการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 โดย พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.) เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 และการประชุมหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะรับผิดชอบด้านความมั่นคงเป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2559 และการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 1/2559 โดยมี รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ประธาน ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมมีมติรับทราบแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด และมาตรการการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ล่าสุด พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามในคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 6/2559 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลย จำนวน 3 คณะ ได้แก่
1. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการข่าวเพื่อดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลย ซึ่งมีเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานอนุกรรมการ มีรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นรองประธานฯ พร้อมทั้งผู้แทนจาก 13 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 18 คน มีอำนาจหน้าที่ในการสืบเสาะ แสวงหา รวบรวมข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ข้อเสนอเพื่อสนับสนุนข้อมูลข่าวสารให้แก่คณะอนุกรรมการด้านการปราบปรามยาเสพติด ด้านการป้องกันและบำบัดรักษายาเสพติด เพื่อการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์ฯ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการ เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร
2. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลย ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ มีเลขาธิการ ป.ป.ส.เป็นรองประธานฯ พร้อมผู้แทนจาก 5 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 10 คนมีอำนาจหน้าที่รับข้อมูล กลั่นกรอง รวบรวมตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ข้อเสนอต่อ ผอ.ศอ.ปส. ในการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลยด้านการปราบปรามยาเสพติด พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ ปรับปรุง แก้ไข ภายในเวลาที่กำหนด
3. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการป้องกันและบำบัดรักษายาเสพติดเพื่อดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลย ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานอนุกรรมการ
มีเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นรองประธานฯ พร้อมผู้แทนจาก 10 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 15 คน มีอำนาจหน้าที่รับข้อมูลกลั่นกรอง รวบรวม ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ข้อเสนอ ต่อ ผอ.ศอ.ปส. ในการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปล่อยปละละเลยด้านการป้องกันและบำบัดรักษายาเสพติด พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการปรับปรุง แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด

นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ในเบื้องต้น สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เตรียมเสนอข้อมูลการพบเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และข้าราชการที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วจำนวน 17 ราย และจะดำเนินการส่งให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาและดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ก่อนส่ง ผอ.ศอ.ปส. เสนอต่อ หัวหน้า คสช. ในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดำเนินการ สำหรับเรื่องพฤติการณ์เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และปล่อยปละละเลย ประกอบด้วย
1. ในกรณี พบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ มีพฤติการณ์การค้ายาเสพติด คบค้าสมาคมกับผู้ค้า ยักยอกยาเสพติด คุ้มครองเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้ายาเสพติด
2. ในกรณีที่ปล่อยปละละเลย แบ่งเป็น
ด้านการปราบปรามยาเสพติด คือ การปล่อยให้มีการค้ายาเสพติดในพื้นที่ จนหน่วยนอกเข้าไปจับกุม ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยไม่ดำเนินการใดๆ 
ด้านป้องกันยาเสพติด คือ การปล่อยปละละเลยให้มีการเสพการค้าในสถานศึกษา หรือสถานประกอบการ หรือการปล่อยให้เยาวชนนอกสถานศึกษาเสพยาเสพติด
ด้านการบำบัดรักษา คือ การไม่นำผู้เสพเข้าบำบัด ไม่คัดกรองและส่งต่อเข้าบำบัด ไม่ติดตามช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด”


 
YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ