เลขาธิการ ป.ป.ส. หารือเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านยาเสพติด สกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

เมื่อวันที่ : 24 ส.ค. 2569 16:13
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
59 ครั้ง

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานให้การต้อนรับนายฮารี ปราโบโว (H.E. Mr. Hari Prabowo) เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแนะนำตัวเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือข้อราชการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างสองประเทศ โดยมี นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนสำนักการต่างประเทศ สำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และสำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมให้การต้อนรับด้วย ณ ห้องรับรองเภา สารสิน สำนักงาน ป.ป.ส.

ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ และกล่าวขอบคุณสำหรับการหารือข้อราชการร่วมกันในครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือของฝ่ายอินโดนีเซียในการประสานงานด้านยาเสพติดกับสำนักงาน ป.ป.ส. มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคุณโอลิเวีย เซมบิริง (Ms. Olivia Sembiring)ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการอัยการ และพันตำรวจเอก เอนดอน นูร์จาโย (Pol.Col. Endon Nurcahyo) อดีตผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงสานต่อความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อไป ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. เห็นพ้องกับฝ่ายอินโดนีเซียในการให้ความสำคัญกับการต่ออายุบันทึกความเข้าใจระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส. และคณะกรรมการยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์และการใช้ยาในทางที่ผิด (Memorandum of Understanding between the Office of the Narcotics Control Board of the Kingdom of Thailand and the National Narcotics Board of the Republic of Indonesia on the Cooperation in Controlling Narcotic Drugs, Psychotropic Substances, their Precursors and Chemicals, and Drug Abuse: MOU) ซึ่งได้ลงนามร่วมกัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2559 โดยฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการดังกล่าวเช่นเดียวกัน เนื่องจากเห็นว่าการต่ออายุ MOU ฉบับดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศให้มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และยินดีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทวิภาคีไทย-อินโดนีเซีย ครั้งที่ 3 ในห้วงปี 2570 โดยจะมอบหมายให้สำนักการต่างประเทศประสานหารือในรายละเอียดร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียต่างเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะการใช้เส้นทางทางทะเล ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. จึงเห็นควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว การประสานงานด้านการสืบสวน การขยายผล การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเป้าหมายหลบหนีหมายจับของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนชื่นชมและสนับสนุนความร่วมมือภายใต้กลไกคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าเรือสากลในอาเซียน (ASEAN Seaport Interdiction Task Force: ASITF) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ฝ่ายอินโดนีเซียเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อร่วมกันลดทอนขีดความสามารถของเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้เส้นทางทะเลและท่าเรือสากลในการลำเลียงยาเสพติด อันจะนำไปสู่การสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

#ปปส #อินโดนีเซีย #MOU #ONCB #Indonesia

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ