ภายใต้นโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด” และนโยบายของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล ที่กำชับให้ดำเนินการปราบปรามผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกระดับอย่างเสมอภาค โปร่งใส และไม่ละเว้นผู้กระทำผิด แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
จากการดำเนินงานภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 16” สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรณีกล่าวหาว่า ดาบตำรวจรายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส มีพฤติการณ์เสพยาเสพติดภายในบ้านพักราชการ
ต่อมา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผู้อำนวยการ ปปส. ภาค 9 ได้สั่งการให้ นายวันชัย เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 9 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผู้ถูกร้องเรียน คือ ดาบตำรวจ วอ ให้การยอมรับว่าได้เสพยาบ้าจริง โดยระบุว่าเสพในช่วงที่เกิดความเครียดจากปัญหาครอบครัว แต่เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นการกระทำที่เข้าข่ายประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีโทษทางวินัย ถึงขั้นไล่ออกจากราชการ ซึ่งในรายนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้นำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจยืนยันผล และสั่งการให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน จากข้อมูลที่ผู้ถูกร้องเรียนให้การถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้จำหน่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า จะดำเนินการตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนที่ได้รับผ่านสายด่วน 1386 อย่างรวดเร็วและโปร่งใส โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการดำเนินคดีผู้ค้ายาเสพติด ควบคู่กับการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและเกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม