ระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านยาเสพติดสังเคราะห์ภายใต้เอกสารข้อริเริ่มของจีนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดสังเคราะห์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีการแบ่งกลุ่มตามคณะทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ 1) คณะทำงานด้านการป้องกันยาเสพติด 2) คณะทำงานด้านการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ และ 3) คณะทำงานด้านการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด
ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนสถานการณ์ หารือความท้าทาย และแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาค โดยที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้
1) คณะทำงานด้านการป้องกันยาเสพติด โดย UNODC ได้เสนอแนวทางการประเมินผลการดำเนินมาตรการรวมถึงระบบการป้องกันยาเสพติดภายในประเทศ เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถนำไปปรับปรุงแนวนโยบายให้เข้ากับบริบทภายในประเทศ และวางแผนกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในห้วงระหว่างปี พ.ศ. 2569–2570 โดยยังคงสานต่อการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา การจัดกิจกรรมเวทีเยาวชนระดับภูมิภาค รวมถึงกิจกรรม Friends in Focus ต่อไป
2) คณะทำงานด้านการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้ร่วมกันกำหนดกิจกรรมและแผนการดำเนินงานในห้วงปี พ.ศ. 2569–2570 ที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนว่าด้วยการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ การจัดทำรายงานแผนผังหน่วยงานเกี่ยวกับสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในระดับภูมิภาค การปฏิบัติการสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปลักลอบผลิตยาเสพติด การฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ด่านหน้าหรือชายแดนในการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ การจัดการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ตลอดจนการหารือเกี่ยวกับกฎหมายในการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในระดับภูมิภาค
3) คณะทำงานด้านการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด มีการนำเสนอสถานการณ์ยาเสพติดที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยการลักลอบผลิตยาเสพติดมีขนาดระดับอุตสาหกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนจากปริมาณยาบ้าและไอซ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการอำพรางยาเสพติดด้วยวิธีที่ซับซ้อน ตลอดจนการแพร่ระบาดของสาร Etomidate ในบุหรี่ไฟฟ้า และตกลงร่วมกันในการกำหนดกิจกรรมและแผนการดำเนินงานในห้วงปี พ.ศ. 2569–2570 ได้แก่ การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคด้านยาเสพติดสังเคราะห์ การประชุมเพื่อผลักดันการจัดทำคู่มือการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดทางกายภาพ การจัดอบรมห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดให้แก่เมียนมาและกัมพูชาโดยเจ้าหน้าที่จากจีน และการจัดอบรมการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดทางกายภาพให้แก่ไทย กัมพูชา และเวียดนาม
ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพด้านการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดให้แก่ประเทศสมาชิก และเสนอให้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการตรวจพิสูจน์ทางกายภาพและทางเคมีในปี พ.ศ. 2570–2571 พร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของคณะทำงานอย่างเต็มที่
ที่ประชุมยังมีมติเลือกประธานสำหรับการประชุมคณะทำงานทั้ง 3 ด้านสำหรับปี พ.ศ. 2570–2572 โดยกัมพูชารับเป็นประธานคณะทำงานด้านการป้องกันยาเสพติดต่อจากไทย จีนยินดีที่จะเป็นประธานในคณะทำงานด้านการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ต่อไป และไทยรับเป็นประธานคณะทำงานด้านการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดต่อจากจีน
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายการประชุม ที่ประชุมมีมติให้จัดทำรายงานผลลัพธ์การดำเนินงานของคณะทำงานฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567–2570 ในห้วงการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งกำหนดจัดในเดือนกรกฎาคม 2570 ก่อนนำเสนอในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ ซึ่งเวียดนามเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนตุลาคม 2570
ในช่วงบ่าย คณะทำงานฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการดำเนินงานศูนย์บำบัดฟื้นฟูและศึกษาผู้ติดยาเสพติดเขตซานถาง เมืองหนานหนิง ประเทศจีน ซึ่งจัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบำบัด ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและสนับสนุนการคืนสู่สังคมและสร้างความตระหนักรู้ด้านยาเสพติดแก่ชุมชน มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจ เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ และชุมชน เน้นการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และการมีส่วนร่วมของผู้ผ่านการบำบัดในกระบวนการบำบัดฟื้นฟู ทั้งนี้ สามารถติดตามผู้ติดยาเสพติดที่ลงทะเบียนในระบบได้ผ่านการใช้ AI
นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์กระจายพัสดุบริษัท SF Express ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมและคัดแยกพัสดุประจำกวางซี บริษัทดำเนินงานการคัดแยกพัสดุทั่วไปด้วยระบบอัตโนมัติและมีมาตรการในการตรวจสอบและคัดแยกพัสดุต้องสงสัยโดยใช้เครื่องสแกนร่วมกับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยประจำศูนย์คัดแยก ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบต่อไป รวมถึงมีการอบรมเจ้าหน้าที่ขนส่งพัสดุถึงการจัดการและความรู้เบื้องต้นด้านพัสดุต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติด โดยร่วมมือกับคณะกรรมาธิการควบคุมยาเสพติดแห่งประเทศจีน
ที่ประชุมสิ้นสุดลงด้วยความเป็นมิตร และเห็นพ้องกันถึงความคืบหน้าในการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันผ่านกลไกคณะทำงานทั้งสามคณะที่มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นในทุกด้าน