ป.ป.ส. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนตำรวจปราบปรามยาเสพติดฝรั่งเศส หารือยกระดับความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ

เมื่อวันที่ : 25 มิ.ย. 2569 18:09
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
11 ครั้ง

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องรับรอง เภา สารสิน อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้การต้อนรับนายโอลิวิเยร์ เครมงซง (Olivier Clemencon) รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดฝรั่งเศส (OFFICE ANTI-STUPÉFIANTS: OFAST) และคณะ ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงาน ณ ประเทศไทย และเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการสกัดกั้นยาเสพติดระหว่างสองประเทศ พร้อมด้วยนางสาวศรีตระกูล เวลาดี ผอ.สกต. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สปป. และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมให้การต้อนรับ

การหารือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือไทย–ฝรั่งเศส หลังจากที่คณะผู้แทนไทยได้เดินทางไปประชุมเชิงนโยบายที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ในการนี้ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนฝรั่งเศส พร้อมแสดงความขอบคุณฝ่ายฝรั่งเศสสำหรับความร่วมมืออย่างใกล้ชิด และการสนับสนุนทุนฝึกอบรมภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐานให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการประสานงานระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายยาเสพติดในปัจจุบัน โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา การเสริมสร้างความปลอดภัยของชุมชน และการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

ประเทศไทยมิใช่ประเทศผู้ผลิตยาเสพติด แต่มีสถานะเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม ซึ่งในปัจจุบันพบแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านผู้โดยสารระหว่างประเทศทางท่าอากาศยาน และผ่านพัสดุไปรษณียภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางไทย–ยุโรป

ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้ขอความร่วมมือจากฝ่ายฝรั่งเศสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างสองประเทศ อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทาง พฤติการณ์ ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดส่งและรับพัสดุไปรษณียภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนขยายผลและการเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงยาเสพติด โดยได้มอบหมายให้สำนักปราบปรามยาเสพติดเป็นผู้ประสานงานหลักของฝ่ายไทยในการดำเนินการร่วมกับฝ่ายฝรั่งเศสต่อไป

ฝ่ายฝรั่งเศสได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในทางปฏิบัติ ข้อมูลชื่อผู้รับและผู้ส่งที่ปรากฏบนพัสดุมักเป็นชื่อปลอม จึงไม่สามารถสืบค้นจากระบบประวัติอาชญากรรมได้โดยตรง อีกทั้งในประเทศฝรั่งเศสไม่มีข้อกำหนดให้แสดงหลักฐานประจำตัวในการส่งพัสดุ ดังนั้น เมื่อพบพัสดุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจะใช้วิธีการสืบสวนจากรอยลายนิ้วมือบนกล่องพัสดุ และการสืบสวนขยายผลจากตัวผู้รับพัสดุเป็นหลัก

ฝ่ายไทยได้แจ้งข้อจำกัดในปัจจุบันว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ยังไม่มีเทคโนโลยีเฉพาะสำหรับการเก็บรอยลายนิ้วมือบนพัสดุ ปัจจุบันมีเพียงการใช้วิธีการตรวจเก็บรอยลายนิ้วมือด้วยผงคาร์บอน (Carbon Powder) ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการเก็บรอยลายนิ้วมือบนวัสดุห่อพัสดุบางประเภท อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตฝ่ายไทยสามารถตรวจเก็บรอยลายนิ้วมือหรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ จะประสานส่งข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวให้ฝ่ายฝรั่งเศสตรวจสอบต่อไป

ในด้านสถิติการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับฝรั่งเศส พบว่าในปี 2569 มีผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่เป็นชาวฝรั่งเศสทั้งหมด 19 คดี เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี่ จำนวน 10 คดี ยึดของกลางยาอีได้กว่า 400 เม็ด และหากรวมปริมาณยาอีที่ยึดได้ตั้งแต่ปี 2566 จะมีปริมาณกว่า 18,000 เม็ด

ดังนั้น การยกระดับความร่วมมือในการสืบสวนขยายผลเพื่อระบุตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องและทลายโครงสร้างเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่อยู่เบื้องหลังในฝรั่งเศส ร่วมกับการแจ้งเตือนผู้โดยสาร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามยาเสพติดให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

พร้อมกันนี้ นายมานะได้กล่าวแสดงความขอบคุณนายแพทริก มีอูบ (Patrick Mihoub) เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ที่ได้ให้ความร่วมมือในการประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นอย่างดีเสมอมา ในโอกาสนี้ ฝ่ายฝรั่งเศสได้กล่าวขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ส. ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดให้แก่ฝ่ายฝรั่งเศสอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (วปส.) ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้จัดตั้งขึ้น ณ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะด้านการสกัดกั้นยาเสพติด การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ

สำนักงาน ป.ป.ส. มีความยินดีที่จะให้การต้อนรับคณะผู้แทนฝ่ายฝรั่งเศสในการศึกษาดูงานตามความประสงค์ของฝ่ายฝรั่งเศส และยินดีเป็นอย่างยิ่งหากรัฐบาลฝรั่งเศสจะพิจารณาการเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดฝึกอบรมในหลักสูตรที่ฝ่ายฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญ และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขง อาทิ การสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ สกุลเงินดิจิทัล ข่าวกรอง ฯลฯ

ฝ่ายฝรั่งเศสได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมเชิญผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดฝรั่งเศส และหน่วยงานด้านตำรวจอาชญากรรมไซเบอร์ของฝรั่งเศส เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้าง ระบบการดำเนินงาน และแนวทางการปฏิบัติของฝ่ายฝรั่งเศส รวมทั้งหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมร่วมกันในอนาคต

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการเดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมประชุมหารือในห้วงที่ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ (Commission on Narcotic Drugs: CND) ครั้งที่ 70 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อศึกษาดูงานต่อเนื่อง อันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทางไปราชการ ตลอดจนทำให้การประสานความร่วมมือกับฝ่ายฝรั่งเศสเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด

ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการลักลอบลำเลียงกัญชาจากประเทศไทยไปยังประเทศฝรั่งเศสที่เพิ่มสูงขึ้น โดยฝ่ายฝรั่งเศสเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายนักค้ากัญชา ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับยาเสพติดชนิดอื่น หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในวงกว้าง

ทั้งนี้ ฝ่ายฝรั่งเศสได้แจ้งว่า ได้หารือเบื้องต้นกับกรมศุลกากรไทยเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มผู้ประสานงานเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีองค์ประกอบเบื้องต้น ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดฝรั่งเศส ศุลกากรฝรั่งเศส และกรมศุลกากรไทย พร้อมทั้งเชิญให้ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ประสานงานดังกล่าวด้วย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานและระยะเวลาดำเนินการ ฝ่ายฝรั่งเศสจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมกัญชาว่า ประเทศไทยยังคงมีการควบคุมการส่งออกกัญชาอย่างเคร่งครัด โดยการส่งออกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี อาทิ ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร ซึ่งอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ตามดุลพินิจของศาล และปรับในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ได้เน้นย้ำว่า สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายฝรั่งเศสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการลักลอบลำเลียงกัญชาจากประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม โดยได้มอบหมายให้สำนักปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะส่วนประสานการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ 6 (ปป.6) เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ประสานงานดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมกัญชาให้ครอบคลุมในทุกมิติ มิใช่จำกัดเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายด้านศุลกากรเพียงด้านเดียว และเพื่อให้การสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงกัญชาระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมสูงสุด

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ