วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนางพรทิวา แย้มอุทัย ผู้อำนวยการฯ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ปปส.ภาค 1 และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามการดำเนินงาน “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” ภายใต้โครงการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ อำเภอพระนครศรีอยุธยา (Quick Big Win)” ซึ่งมุ่งเร่งขับเคลื่อนการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้เข้ารับการบำบัด รวมจำนวน 50 คน ระหว่างวันที่ 22 – 28 มิถุนายน 2569 ณ กองร้อยบังคับการและบริการ กองบังคับการอาสารักษาดินแดนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ร่วมประชุมหารือกับนางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา และคณะทำงานบูรณาการในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และติดตามแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติดในระยะต่อไป ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และให้คำแนะนำ การแก้ไขปัญหาผู้เสพที่มีอาการทางจิตเชิงรุกโดยตำรวจร่วมกับสาธารณสุข คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูแลรักษา ก่อนที่จะก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ชุมขน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการ บำบัดฟื้นฟูผู้เสพโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนหรือ (CBTx) เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีความยั่งยืน
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องดำเนินการอย่างบูรณาการทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา โดยยึดแนวนโยบายรัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้ผู้เสพผู้ติดได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ชี้แจงแนวทางการจำแนกผู้เสพยาเสพติดตาม มาตรา 114 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยผู้เสพที่มีภาวะพึ่งพิงหรือมีลักษณะเป็นผู้ป่วยควรได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟู เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ส่วนผู้เสพที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอื่นหรือมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้พบปะให้กำลังใจ พร้อมให้โอวาทและแนวคิดในการดำเนินชีวิตแก่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟู เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
การขับเคลื่อน “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การค้นหา คัดกรอง บำบัดฟื้นฟู ติดตามดูแล และเสริมสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคม อันเป็นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยและลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน