สำนักงาน ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยหารือเชิงนโยบายด้านการสกัดกั้นยาเสพติด ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ : 16 มี.ค. 2569 12:05
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
28 ครั้ง

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 – วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบหมายให้ นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านการสกัดกั้นยาเสพติด ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีผู้บริหารจากสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ สกต. สยศ. สปป. และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 3 4 5 6 และ 7 รวมทั้งผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร เข้าร่วมเป็นคณะผู้แทนไทย

ในการนี้ นาย Patrick Mihoub (แพทริค มีอูบ) เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝรั่งเศสประจำสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ณ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาว Audrey Hoffmann (โอเดรย์ ฮอฟมาน) เลขานุการผู้ช่วยทูตฝ่ายศุลกากรฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนไทยตลอดการเยือน

ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ พร้อมด้วยคณะผู้แทนไทย ได้เข้าพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของกรมศุลกากรและภาษีสรรพสามิตของฝรั่งเศส (Direction générale des douanes et droits indirects: DGDDI) ได้แก่ Mr. Benoit Godart (เบอนัว โกดาร์) ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองและการสืบสวนของหน่วยข่าวกรองและสืบสวนระดับชาติ (Direction nationale du renseignement et des enquêtes douanières: DNRED)

นายอภิกิตได้กล่าวขอบคุณกรมศุลกากรฝรั่งเศสสำหรับการต้อนรับและการจัดการประชุมหารือในครั้งนี้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะซับซ้อนและเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตหลัก แต่มีบทบาทเป็นประเทศทางผ่านสำคัญของการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และยังพบแนวโน้มการลักลอบขนส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์และระบบขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทของหน่วยข่าวกรองศุลกากรฝรั่งเศส รวมถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของศุลกากรฝรั่งเศส โดยสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 70% ของของกลางทั้งประเทศ และเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ฝรั่งเศสสามารถยึดโคเคนได้ถึง 10 ตันในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งถือเป็นการจับกุมโคเคนล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการสกัดกั้นยาเสพติดภายใต้ระบบพรมแดนเปิดของยุโรป (Schengen) รวมถึงการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบ LAPI (Automated Number Plate Recognition) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและการปฏิบัติงานด้านข่าวกรอง อีกทั้งยังมีหน่วยงานไซเบอร์ที่ใช้สายลับแฝงตัว (Pseudonym) เข้าไปในตลาดมืด (Dark Web) เพื่อสืบสวนและปิดเว็บไซต์ที่มีการซื้อขายยาเสพติด อาวุธ และเอกสารปลอม รวมไปถึงการทำ Control Delivery สำหรับการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางพัสดุออนไลน์

ในช่วงหารือความร่วมมือในอนาคต นายอภิกิตได้เสนอให้มีการยกระดับความร่วมมือด้านการสืบสวนและการขยายผลระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และศุลกากรฝรั่งเศส เพื่อร่วมกันระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและทลายโครงสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งจะช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดระหว่างสองประเทศเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ในการนี้ ผู้แทนกรมศุลกากรไทยยังได้ชี้แจงมาตรการควบคุมการส่งออกกัญชา โดยทางกรมศุลกากรไทยตระหนักถึงข้อห่วงใยของฝรั่งเศสเรื่องการลักลอบส่งกัญชาจากเอเชียเข้าสู่ยุโรป และชี้แจงว่าปัจจุบันกรมศุลกากรไทยอยู่ระหว่างเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษสำหรับการส่งออกกัญชา จากเดิมที่เป็นเพียงการยึดของกลาง จะเปลี่ยนเป็นการปรับกิโลกรัมละ 30,000 บาท และมีโทษจำคุกร่วมด้วย โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ฝ่ายไทยยังได้ขอความร่วมมือให้ฝรั่งเศสช่วยประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าวแก่สายการบินต่าง ๆ เพื่อเตือนผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ขอความร่วมมือจากกรมศุลกากรฝรั่งเศสในการประสานกับสายการบินในยุโรปให้ส่งข้อมูลผู้โดยสารแก่ทางการไทย เนื่องจากปัจจุบันยังมีสายการบินในยุโรปประมาณ 30% ที่ยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้าของผู้โดยสาร (Advance Passenger Information: API) ร่วมกับข้อมูลประวัติการเดินทาง (Passenger Name Record: PNR) โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการประเมินความเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้สำเร็จหลายกรณี รวมถึงกรณีผู้โดยสารที่เดินทางจากเวียงจันทน์แวะพักในประเทศไทย ก่อนเตรียมนำยาเสพติดน้ำหนัก 30 กิโลกรัม เดินทางต่อไปยังยุโรป

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะผู้แทนไทยได้เข้าหารือข้อราชการกับ Mr. M. Simon Decressac (ซีมง เดอเครสซัค) ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรระหว่างภูมิภาคปารีสประจำท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล (Direction Interrégionale des Douanes Paris-Aéroport: DIPA) โดยได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างหน่วยงาน มาตรการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด รูปแบบการซุกซ่อนยาเสพติด ตลอดจนการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการระบุเป้าหมาย และแนวทางความร่วมมือในอนาคต

จากการหารือพบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลักลอบนำเข้ากัญชาจากเอเชียเข้าสู่ยุโรปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2568 สามารถตรวจยึดกัญชาได้ 1,778 กิโลกรัม และเฮโรอีน 78 กิโลกรัม พร้อมทั้งพบแนวโน้มว่าขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ผู้โดยสารลำเลียงไปสู่การส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์มากขึ้น

นายอภิกิตกล่าวว่า ประเทศไทยตระหนักดีถึงความท้าทายของปัญหายาเสพติดข้ามชาติ และได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด รวมไปถึงกัญชา โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย ได้แก่ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภายใต้กลไกการทำงานแบบบูรณาการในชื่อคณะทำงาน Airport Interdiction Task Force (AITF) และ Seaport Interdiction Task Force (SITF)

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ยกระดับกลไกดังกล่าวขึ้นไปในระดับภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ASEAN Airport Interdiction Task Force (AAITF) และ ASEAN Seaport Interdiction Task Force (ASITF) ซึ่งทำงานร่วมกับประเทศในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางการขนส่งในภูมิภาค

ในขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการจัดตั้ง Parcel Interdiction Task Force (PITF) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านพัสดุไปรษณีย์และระบบขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยเชื่อว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

ในช่วงท้ายของการหารือ นายอภิกิตได้กล่าวขอบคุณ Mr. Simon Decressac และคณะศุลกากรฝรั่งเศส ณ ท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล สำหรับการต้อนรับคณะผู้แทนไทยอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของ Mr. Patrick Mihoub และ Ms. Audrey Hoffmann ที่ได้มีส่วนสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่อง

นายอภิกิตกล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติที่ได้รับจะถูกนำไปพิจารณาปรับใช้เพื่อพัฒนามาตรการสกัดกั้นยาเสพติดของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดต่อไป

ต่อมาในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะผู้แทนไทยได้ร่วมประชุมหารือความร่วมมือด้านการสกัดกั้นยาเสพติดระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ร่วมกับผู้แทนจาก DGDDI เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการสกัดกั้นยาเสพติดระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

ในการประชุม นายอภิกิตได้กล่าวสรุปถึงความสำคัญของการประชุมหารือและการศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งแสดงความคาดหวังว่า ผลจากการหารือจะนำไปสู่การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระดับนโยบายที่เข้มแข็ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดี

องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส. 35, 24 และ 17) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนจำนวน 14 จังหวัด 52 อำเภอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ไม่ให้ลักลอบเข้าสู่ประเทศ

ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “Seal Stop Safe” ของรัฐบาลไทย ซึ่งมุ่งเน้นการปิดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานหรือทางผ่านของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากรไทย และกรมศุลกากรฝรั่งเศสในอนาคต โดยเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือในหลายด้าน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายการลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ การพัฒนากลไกการประสานงานด้านการสืบสวนและการขยายผลคดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการระบุเป้าหมาย (Targeting) ในการตรวจสอบผู้โดยสาร สินค้า และพัสดุระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผ่านการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานร่วมกัน

ในโอกาสเดียวกัน ผู้แทนจากกรมศุลกากรไทยและกรมศุลกากรฝรั่งเศสยังได้หารือถึงความคืบหน้าในการจัดทำ Letter of Intent (LOI) ระหว่างกรมศุลกากรแห่งราชอาณาจักรไทย และกรมศุลกากรและภาษีสรรพสามิตของสาธารณรัฐฝรั่งเศส (DGDDI) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางศุลกากร ข้อมูลทางเทคนิค ตลอดจนการให้ความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปราม และสืบสวนการกระทำผิดกฎหมายศุลกากร

ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในเนื้อหาสำคัญของร่างหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนภายในของทั้งสองประเทศ ก่อนเข้าสู่กระบวนการลงนามอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสในอนาคต

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ