รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 ต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ : 13 มี.ค. 2569 09:37
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
33 ครั้ง

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 เป็นวันที่ 4

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. (เวลาเวียนนา) คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการลงคะแนนเลือกตำแหน่งประธานร่วม คนที่ 2 ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญซึ่งไม่มีการลงคะแนน เนื่องจากผู้แทนสหรัฐอเมริกา และโมร็อกโกถอนตัวจากการสมัครตำแหน่งดังกล่าว ทำให้ Ms. NATALIE YU-LIN MORRIS-SHARMA ผู้เสนอชื่อจากสิงคโปร์ ได้รับการคัดเลือกโดยปริยายและได้รับการรับรองจากที่ประชุมโดยไม่มีข้อขัดแย้ง

ต่อมา คณะผู้แทนไทย โดย รปส. 2 ผศ. อภินันท์ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้เข้าร่วมพิจารณาร่างข้อมติที่เสนอโดยคีร์กีซสถาน “การส่งเสริมการแจ้งเตือนล่วงหน้า กลไกการติดตามและประเมินผลเพื่อตอบสนองต่อการอุบัติของยาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ สารที่ใช้ทดแทนสารตั้งต้น และสารที่ใช้ผลิตสารตั้งต้น” โดยได้ข้อสรุปนำร่างข้อมติดังกล่าวเข้าสู่การลงคะแนนในที่ประชุมเต็มคณะ เนื่องจากไม่สามารถหาฉันทานุมัติร่วมกันได้ 
ในห้วงการประชุมฯ 

ในห้วงบ่าย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข โดยรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 7 ความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายประชาคมและชุมชน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครอบคลุม ทั้งการจัดตั้งระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) โครงการชุมชนล้อมรักษ์และแอปพลิเคชัน “ล้อมรักษ์” เพื่อสนับสนุนการติดตามผู้ป่วยและเพิ่มการเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล  

ต่อมา ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 8 ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากหน่วยงานรับผิดชอบระดับย่อยของคณะกรรมาธิการยาเสพติด (HONLEA) โดยเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามกรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติ การปราบปรามยาเสพติดที่ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการป้องกันและการบำบัดฟื้นฟู การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ โรงเรียน และชุมชน ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ เพื่อลดการกลับเข้าสู่วงจรอาชญากรรม รวมถึงเรียกร้องให้จัดการประชุมระดับหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดประจำประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (HONLAP) แบบด้วยตนเองแทนการประชุมทางไกล เพื่อให้ผู้แทนจากประเทศสมาชิกได้พบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ลดผลกระทบต่อประชาชน และร่วมกันขับเคลื่อนสู่ สังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และปลอดจากภัยยาเสพติด

หลังจากนั้น ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 9 การติดตามผล การทบทวน และการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ปี ค.ศ. 2030 โดยชี้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่าเป็นสิ่งที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะผ่านแนวทางพัฒนาทางเลือกที่มุ่งสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ลดความยากจน และพัฒนาชุมชนอย่างครอบคลุม ไทยร่วมกับเยอรมนีและเปรูได้เสนอร่างข้อมติเรื่องการจัดทำภาคผนวกเพื่อปรับปรุงแนวปฏิบัติสหประชาชาติด้านการพัฒนาทางเลือก เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกลไก Voluntary National Review (VNR) เพื่อทบทวนความก้าวหน้าในการบรรลุ SDGs พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานของ CND ในการพัฒนานโยบายยาเสพติดระดับโลกที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นอกจากนี้ ผู้แทนสำนักการต่างประเทศ ได้หารือกับผู้แทนสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)  เกี่ยวกับโครงการ Guideline on Social Media ของ UNODC ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวโครงการในเดือนเมษายน 2569 เพื่อนำไปประกอบการจัดกิจกรรม Regional Youth Forum ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค  ในอนาคตต่อไป

ต่อมา ผู้แทนสำนักการต่างประเทศ ได้หารือกับผู้แทนคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (International Narcotics Control Board: INCB) ตามที่ได้รับมอบหมายจากรองเลขาธิการ ป.ป.ส. (นายอภิกิต ฉ โรจน์ประเสริฐ) โดยรับฟังการนำเสนอเกี่ยวกับโครงการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวอุปกรณ์และเครื่องมือซึ่งถูกใช้ในการลักลอบผลิตยาเสพติด และรับทราบข้อเสนอของ INCB ในการขอรับเงินสนับสนุนจากประเทศสมาชิกซึ่งมีการใช้งานเครื่องมือของ INCB อาทิ PENs PENs online Light PICs รวมถึง แนวทางการจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ขอให้ INCB จัดทำสรุปข้อมูลสถิติการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ของ INCB ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค รวมถึง เหตุผลและความคุ้มค่าจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว ส่งให้ประกอบการพิจารณาต่อไป และยังเสนอให้ใช้วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCC) ในการจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของประเทศสมาชิกได้ต่อไป

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ