เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2569 ณ ห้องรับรองเภา สารสิน สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานให้การต้อนรับคณะผู้แทนออสเตรเลีย นำโดย Ms. Kristie-Lee Cressy เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ AFP และ Mr. Hunter McGee เจ้าหน้าที่ประสานงาน คณะกรรมาธิการข่าวกรองอาชญากรรมแห่งออสเตรเลีย (Australian Criminal Intelligence Commission: ACIC) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยมีคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ได้แก่ ผอ.สวพ. และเจ้าหน้าที่จาก สกต. สปป. และ สพป. ร่วมให้การต้อนรับ
ในการนี้ ฝ่ายออสเตรเลียได้แสดงความขอบคุณต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. สำหรับการให้การต้อนรับและความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งระหว่าง AFP และสำนักงาน ป.ป.ส. รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ AFP โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้โครงการ AMPLIO ซึ่งแม้จะสิ้นสุดการดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังคงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและตัวอย่างยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดของประเทศไทยในฐานะประเทศทางผ่าน ก่อนถูกลำเลียงไปยังเครือรัฐออสเตรเลีย
เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณต่อความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของออสเตรเลีย พร้อมแสดงความขอบคุณต่อโครงการ AMPLIO และความร่วมมือภายใต้ Taskforce Storm ซึ่งมีบทบาทในการยกระดับศักยภาพด้านนิติวิทยาศาสตร์ยาเสพติด การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบทะเบียนนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนขยายผลในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ได้ยืนยันความพร้อมของสำนักงาน ป.ป.ส. ในการสานต่อและเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเครือรัฐออสเตรเลียอย่างใกล้ชิดต่อไปในอนาคต
สำหรับความร่วมมือในอนาคต เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCC) ให้เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร ไม่เพียงสำหรับเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยเท่านั้น
แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่จากประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและนานาชาติ โดยในปัจจุบัน เมียนมาได้มีการทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไปหลายแห่ง ขณะที่ สปป. ลาว สามารถสกัดกั้น
ยาเสพติดก่อนเข้าสู่ประเทศไทยได้เป็นจำนวนมากตามจุดสกัดกั้นยาเสพติดซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังพร้อมจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานต่าง ๆ กับสำนักงาน ป.ป.ส. อย่างไรก็ตาม พบว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในภาคสนามมีข้อจำกัดด้านทักษะและองค์ความรู้ โดยเฉพาะด้านการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และการจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในสถานที่เกิดเหตุ ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. เห็นควรเสริมสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว และหากฝ่ายออสเตรเลียสามารถให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐานสากล
และแนวปฏิบัติที่ดีในเรื่องดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค
ในโอกาสเดียวกัน ผอ.สวพ. ได้แสดงความขอบคุณ AFP สำหรับความร่วมมือภายใต้โครงการ AMPLIO และการแลกเปลี่ยนตัวอย่างยาเสพติด ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญและมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการสืบสวนสอบสวนของฝ่ายไทย ผู้แทน สปป. ได้กล่าวขอบคุณต่อความร่วมมือกับ AFP โดยระบุว่าเครือรัฐออสเตรเลียเป็นประเทศปลายทางที่สำนักงาน ป.ป.ส. สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้มากที่สุด
และได้แสดงบทบาทนำของฝ่ายไทยในการทำงานร่วมกับฝ่ายออสเตรเลีย ทั้งในกรอบ Taskforce Storm และในระดับหน่วยงาน ขณะที่ผู้แทน สพป. ได้ขอบคุณสำหรับความร่วมมือด้านวิชาการ โดยเฉพาะการสนับสนุนวิทยากรจากออสเตรเลียในการประชุมวิชาการสารเสพติดนานาชาติ ปี พ.ศ. 2568 (2025 International Conference on Drug Policy: ICDP) ซึ่งประเทศไทยได้นำแนวคิดและรูปแบบระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ของเครือรัฐออสเตรเลียมาปรับใช้ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมต่อไป
ต่อมา Mr. Hunter McGee ได้กล่าวแนะนำตัวและขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. สำหรับโอกาสในการหารือข้อราชการในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า แม้ ACIC จะมีเจ้าหน้าที่ประสานงานประจำประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาเพียง ๑ ปี แต่ ACIC มีความพร้อมอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งนี้ ACIC เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำเสีย (Waste Water Management) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่สำคัญของเครือรัฐออสเตรเลีย และมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านดังกล่าวกับสำนักงาน ป.ป.ส. อย่างต่อเนื่องในอนาคต
ในช่วงท้าย เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวชื่นชมและย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเครือรัฐออสเตรเลีย โดยแนวคิด องค์ความรู้ วิทยาการ และเครื่องมือที่ฝ่ายออสเตรเลียให้การสนับสนุน ล้วนก่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและประโยชน์ไม่เพียงต่อประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหารือข้อราชการในระดับนโยบายเช่นในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและยั่งยืน