วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคีประกอบด้วย นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้แทน ศอ.ปส.กทม. พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผู้แทน ศอ.ปส.บช.น. และ พ.ท.เปี่ยมศักดิ์ ภักดีพินิจ ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์คัดกรองผู้เสพยาเสพติด และศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกรุงเทพมหานคร ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมมอบโล่เกียรติยศขอบคุณองค์กร/บุคคลที่ร่วมสนับสนุนและบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มอบทุนประกอบอาชีพแก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษาจากศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ จำนวน 71 คน
ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจัดเป็นวาระเร่งด่วนในปี 2561 และได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น 1 ใน 10 กรอบการดำเนินงานของรัฐบาลในการเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน สำหรับการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การอำนวยการของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติมีนโยบายการทำงานที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกมาตรการ ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา โดยเฉพาะด้านการบำบัดรักษา ได้ยึดแนวคิด “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย”ให้โอกาสผู้เสพ/ผู้ติดได้เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูโดยไม่ถือว่าเป็นความผิด ปรับปรุงระบบการบำบัดรักษาให้สามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย และสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนถึงนโยบายในการให้โอกาสแก่ผู้เสพ/ผู้ติด รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการดำเนินงานภายใต้แนวคิดดังกล่าว สำหรับการดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษา ได้กำหนดแผนงานช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดโดยการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการศึกษา การฝึกวิชาชีพ การจัดหางาน รวมทั้งการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพ
นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย กล่าวว่า “จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนพื้นที่กรุงเทพมหานครปัจจุบัน (มีนาคม 2561) พบว่ามีแนวโน้มลดลงจากเดิม 14.43% เมื่อเปรียบเทียบจากปีที่ผ่านมา (มีนาคม 2560) เป็นผลจากการให้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่สนธิกำลังในการปราบปรามอย่างจริงจัง รวมถึงการดำเนินการกับเรื่องร้องเรียนของประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 แต่ปัญหาการดำเนินการกับผู้เสพ/ผู้ติดยังคงเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่จึงเกิดการจัดตั้งศูนย์คัดกรองผู้เสพยาเสพติด และศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกรุงเทพมหานคร ที่ให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ One Stop Service รองรับกลุ่มผู้เสพดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาคีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหานำส่ง โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการค้นหาและนำส่งผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ชักชวนให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การบริหารจัดการของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศอ.ปส.กทม.) ที่จัดบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทีมวิชาการอบรมและพัฒนาหลักสูตร เข้ามากำกับดูแล ควบคุม มาตรฐานและคุณภาพการบำบัดรักษา มีศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกยาเสพติดอีก 68 แห่ง ที่รองรับการส่งต่อกรณีผู้เสพมีโรคติดต่อร้ายแรง นอกจากนี้เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเขต ในการดูแลผู้ผ่านการบำบัดรักษาที่ได้รับทุนประกอบอาชีพให้สามารถหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ในการจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวได้รับการอนุเคราะห์สถานที่จากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 (ปตอ.1 พัน 6) พร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยฝึกระเบียบวินัยและฝึกอาชีพให้แก่ผู้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ผลการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงเปิดศูนย์ฯ – ปัจจุบัน มีผู้ผ่านการบำบัดรักษาแล้วทั้งสิ้น 1,680 ราย โดยส่งต่อเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวน 5 แห่งใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (1 แห่ง) กาญจนบุรี (3 แห่ง) และปทุมธานี (1 แห่ง) เป็นการให้โอกาสผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้กลับตัวกลับใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยไม่หวนกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำอีก
แต่อย่างไรก็ตามการที่จะให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษาเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขนั้น จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในเรื่องอาชีพและมีงานทำ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยมอบทุนประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการบำบัดรักษาทั่วประเทศแล้วจำนวน 1,955 ราย สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงมีผู้เข้ารับทุนประกอบอาชีพน้อยกว่าจังหวัดอื่น ตั้งแต่ปี 2559 มีผู้ขอรับทุนเพียง 13 ราย และปีนี้มีเพียง 1 ราย เนื่องจากผู้ผ่านการบำบัดรักษาเกือบครึ่งเป็นประชากรแฝงไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง และบางส่วนได้กลับภูมิลำเนา ส่วนผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นผู้มีงานทำ
ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส. จึงขอความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนช่วยกันดูแลบุตรหลาน สอดส่องพฤติกรรม หากพบเห็นว่าเริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอให้รีบแจ้งผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงไปดำเนินการโดยเร่งด่วน อย่าปล่อยให้ผู้เสพมีอาการมากจนเกิดภาวะทางจิตประสาท ซึ่งจะทำให้รักษายากยิ่งขึ้น และเกิดผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชนในวงกว้าง”
ศูนย์คัดกรองผู้เสพยาเสพติดและศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกรุงเทพมหานคร ผู้ที่สนใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษายาเสพติด สามารถสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น