ป.ป.ส. พบผู้บริหารระดับสูงของเมียนมา ผลักดันความร่วมมือในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ กรุงเนปิดอว์ เมียนมา

เมื่อวันที่ : 25 ม.ค. 2561 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
30 ครั้ง
ป.ป.ส. พบผู้บริหารระดับสูงของเมียนมา ผลักดันความร่วมมือในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ กรุงเนปิดอว์ เมียนมา

25-1-61-chalinsin00.jpg 

 
          วันที่ 25 มกราคม 2561 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ได้มอบหมายให้ นายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมหารือเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านยาเสพติด ไทย - เมียนมา กับ พลตรี อ่อง โซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทยของเมียนมา และผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงมหาดไทยของเมียนมา อาทิ หน่วยงานกลางควบคุม ยาเสพติด (CCDAC) และหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ณ กระทรวงมหาดไทย กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา 
         การประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านยาเสพติดไทย - เมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และเห็นพ้องกันในการส่งเสริมและขยายความร่วมมือกันในทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการปราบปรามยาเสพติด และสกัดกั้นเคมีภัณฑ์ การพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมาอย่างรอบด้าน รวมถึง ด้านการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
        1. ทั้งสองฝ่ายแสดงความชื่นชมในความร่วมมือด้านยาเสพติดที่ดำเนินการร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนของสำนักงาน ป.ป.ส. ที่ให้กับเมียนมาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการดำเนินงานโครงการพัฒนาทางเลือกในพื้นที่ชายแดนเมียนมาที่ติดกับประเทศไทย โดย สำนักงาน ป.ป.ส. และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึง การจัดตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ณ จังหวัดเชียงตุง ประเทศเมียนมา
       2. ไทยแจ้งให้เมียนมาทราบถึงความห่วงใย ของ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติด และการไหลทะลักของยาเสพติดจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเข้าสู่ประเทศไทยที่สูงมากในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาความร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมาในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
       3. ไทยได้นำเสนอสถานการณ์การจับกุมยาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้น อันเกิดจากความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้น และการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยแหล่งผลิตที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยมากที่สุด คือ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่ติดชายแดนไทย โดยเฉพาะพื้นที่ท่าขี้เหล็กและเมืองสาด ทั้งนี้ ไทยได้เสนอการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้
(1) ด้านการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว โดยเป็นการพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข รวมถึง การบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ซึ่งขยายพื้นที่ความร่วมมือให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม 
(2) ด้านการปราบปรามยาเสพติด เสนอให้มีกลไกตามแนวชายแดนที่บูรณาการหน่วยงานกลางยาเสพติด ร่วมกับทหารและตำรวจของทั้งไทยและเมียนมาเป็นการเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข่าวสารในระดับปฏิบัติให้เพิ่มมากขึ้นและทันท่วงที รวมถึง สนับสนุนปฏิบัติการต่อพื้นที่เป้าหมาย อาทิ ปฏิบัติการบ้านผาขาว ซึ่งได้ผลลัพธ์สูงให้มีเพิ่มมากขึ้น
(3) ด้านการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด โดยไทยยินดีให้การสนับสนุนการบำบัดรักษาฯ ให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการดำเนินงานในด้านดังกล่าวของเมียนมาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
       4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ของเมียนมา ให้ความเห็นว่า ปัญหายาเสพติดเปลี่ยนแปลงไปและมีความซับซ้อนมากขึ้น จากชาวบ้านที่ยากจน เป็นกลุ่มนายทุนและชนกลุ่มน้อยติดอาวุธเป็นผู้ผลิตยาเสพติด อย่างไรก็ตาม หากไม่มีสารเคมี ยาเสพติดเหล่านี้จะไม่สามารถผลิตได้ ทั้งนี้ เคมีภัณฑ์ไม่ได้มาจากเมียนมา ดังนั้น นโยบายสำคัญของเมียนมาคือ (1) การสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น (2) ทำลายแหล่งผลิตยาเสพติด (3) ปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและไม่ให้ออกไปนอกประเทศ  (4) ดำเนินการควบคู่ไปกับการให้การศึกษาและพัฒนากับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง กระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งหากกระบวนการเหล่านี้ดำเนินการได้ผลสำเร็จการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็จะได้ผลไปพร้อมกัน
      5. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ของเมียนมา ได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในความร่วมมือระหว่างกัน โดยสนับสนุนแนวคิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสนับสนุนด้านการข่าว การตรวจพิสูจน์หลักฐาน และการสืบทราบความเชื่อมโยงของหลักฐานสู่แหล่งผลิต ควรมีการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการพัฒนาระหว่างกัน รวมถึงการบำบัดผู้เสพ/ ผู้ติดยาเสพติด  ทั้งนี้ เสนอให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน (Action plan) ที่สามารถนำไปใช้ดำเนินการได้จริงในการปฏิบัติ  
      6. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะให้มีการจัดตั้งกลไกและทำแผนปฏิบัติการร่วมกันระหว่างหน่วยงานกลางด้านการควบคุมยาเสพติด ที่สามารถผลักดันการดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จอย่างจริงจังต่อไป 
25-1-61-chalinsin100.jpg 25-1-61-chalinsin101.jpg
 

25-1-61-chalinsin01.jpg25-1-61-chalinsin02.jpg 

ข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ