วันพุธที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมอิมพีเรียล โกลเด้นท์ ไทรแองเกิ้ล จังหวัดเชียงราย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) มอบหมายให้ นางนฤมล ช่วงรังษี รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อสรุปผลการปฏิบัติในปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ (มกราคม - มิถุนายน 2560) ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559 - 2561) และกำหนดแนวทางการดำเนินงานในห้วงต่อไป โดยมีนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นางสาวรัชนีกร สรสิริ นายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. นายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย พร้อมผู้แทนประเทศสมาชิกรวม 6 ประเทศ ได้แก่ จีน สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ
หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะเวลา 3 ปี (ปี 2559 -2561) เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 ได้กำหนดให้มีกิจกรรมสำคัญ 6 แผนกิจกรรม ดังนี้ 1) แผนควบคุมสกัดกั้นสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ 2) แผนสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านแม่น้ำโขง และพื้นที่สำคัญ 3) แผนสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทางบก 4) แผนสืบสวนปราบปรามกลุ่มผู้ผลิตและผู้ค้ารายสำคัญ 5) แผนสนับสนุนมาตรการ การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างภาคีพันธมิตรร่วม 6) แผนการพัฒนาการบริหารจัดการ และอำนวยการ ซึ่งทั้ง 6 แผนกิจกรรม มีจุดเน้นสำคัญเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแต่ละประเทศสลับกันเป็นเจ้าภาพในการประสานงาน สำหรับใน 6 เดือนแรกของปี 2560 นี้ประเทศไทยโดยศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย จ.เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ และในห้วง 3 เดือน (กรกฎาคม - กันยายน 2560) ประเทศเมียนมา เป็นเจ้าภาพ จากนั้นห้วงต่อไปอีก 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม 2560) ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อสรุปผลการปฏิบัติในปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ (มกราคม - มิถุนายน 2560) ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559 - 2561) และกำหนดแนวทาง การดำเนินงานในห้วงต่อไป ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบเรื่องการลงนาม MOU เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย และการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำหนดการดำเนินงานและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหาการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ที่อาศัยความร่วมมือภายในประเทศและภายในภูมิภาคอาจไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เห็นควรมีการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศและนอกภูมิภาค เพราะปัญหายาเสพติด เคมีภัณฑ์ และสารตั้งต้นมิใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ปัญหาร่วมกันทั่วโลก
จากนั้น คณะผู้เข้าประชุมฯ ได้เดินทางไปยัง เมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ และศูนย์ประสานแม่น้ำโขงปลอดภัย เมืองเชียงตุง
วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น. พลตรี อ่อง โซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประเทศเมียนมา เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ (ห้วงกรกฎาคม - ธันวาคม 2560) ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ (จีน สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และไทย) พร้อมรับเป็นเจ้าภาพต่อจากประเทศไทย (จัดตั้งศูนย์ประสานแม่น้ำโขงปลอดภัย หรือ Safe Mekong Coordination Centre (SMCC) ณ เชียงตุง รัฐฉานตะวันออก โดยมี นางนฤมล ช่วงรังษี รองเลขาธิการ ป.ป.ส. คณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะผู้แทนจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมฯ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการตามแผนฯ และสร้างการมีส่วนร่วมในระดับนโยบายของแต่ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญให้สามารถนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติดได้ในที่สุด โดยประเทศเมียนมาจะเป็นเจ้าภาพในห้วง 3 เดือนนี้ (กรกฎาคม - กันยายน 2560)
นางนฤมล ช่วงรังษี รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ จะก่อให้เกิดความร่วมมือข่าวสารเชิงลึกระหว่างประเทศที่ประสบปัญหายาเสพติดร่วมกันทั้งทวิภาคี และพหุภาคี อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์จากภายนอกประเทศของตนที่เข้าไปยังแหล่งผลิต รวมทั้งสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ออกจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำให้ได้มากที่สุด เป็นการลดศักยภาพการผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ตามแผน “11 พื้นที่ปฏิบัติการ” เพื่อหยุดความเคลื่อนไหวของยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ ทั้งนี้ผลการปราบปรามจับกุมยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – มิถุนายน 2560) ทั้ง 6 ประเทศมีผลการจับกุมรวมทั้งสิ้น 325 คดี ผู้ต้องหา 534 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 94,533,159 เม็ด ไอซ์ 1,484 กิโลกรัม กัญชา 6,730 กิโลกรัม สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์รวม 120,000 กิโลกรัม หากนำไปผลิตไอซ์จะได้มากกว่า 8,000 กิโลกรัม และยาบ้าอีกประมาณ 100 ล้านเม็ด”
………
ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย “สมัครใจเข้าบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิด”
แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386