วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 นายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 2/2560 โดยมี นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านความมั่นคง เป็นประธาน ซึ่งมีคณะอนุกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จำนวน 40 คน ณ ห้องประชุมชิดชัยฯ สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งจากการตรวจติดตามในพื้นที่ของคณะอนุกรรมการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 - วันที่ 30 มิถุนายน 2560 พบว่า การปราบปรามยาเสพติด จับกุมคดียาเสพติด 185,939 คดี ผู้ต้องหา 204,627 คน ยึดยาบ้าได้ 127,111,862 เม็ด กัญชา 8,296 กิโลกรัม ไอซ์ 3,530 กิโลกรัม และเฮโรอีน 344 กิโลกรัม ดำเนินการตามข้อร้องเรียนจำนวน 8,031 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมมูลค่า 1,173.12 ล้านบาท ซีงจากการลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมการฯ ยังพบปัญหาการลักลอบจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์และยาอันตราย จึงเห็นควรมีมาตรการคุมเข้มการจำหน่ายยาของร้านขายยา และยังพบการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด การมั่วสุมในพื้นที่เสี่ยงและสถานบันเทิงจำนวนมาก จึงควรเพิ่มความเข้มงวดมาตรการจัดระเบียบสังคมทุกพื้นที่ ส่วนการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน มีการเผยแพร่สื่อในโรงเรียนอนุบาล 21,979 แห่ง สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในระดับประถมศึกษารวม 3,098,442 คน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด 8,224 แห่ง ฝึกอบรมลูกเสือเนตรนารี ยุวกาชาดต้านภัยยาเสพติด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในโรงเรียน 399,238 คน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ และจากการลงพื้นที่ พบว่า ควรส่งเสริม สนับสนุน ให้สถาบันครอบครัวมีส่วนร่วมในการป้องกันยาเสพติดมากขึ้น รวมทั้งดำเนินการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดไปแล้ว 104,770 ราย และมีผู้ผ่านการบำบัดฯ ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ จำนวน 4,521 ราย และยังพบว่าผู้เสพ/ผู้ติด ไม่ยอมรับว่าตนเป็นผู้ป่วย จึงปฏิเสธการบำบัดรักษา จึงเห็นควรเพิ่มช่องทางการสร้างการรับรู้แนวคิด "ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย" ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา และเร่งนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฯ และด้านการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ควรมีการเร่งรัดการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โดยนำระบบการรายงาน NISPA ที่มีมาใช้ ทั้งนี้ เพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดในภาพรวมประสบความสำเร็จ และมีประสิทธิภาพสามารถลดความเดือดร้อนแก่ประชาชนมากขึ้น