ป.ป.ส. ร่วมบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศ

เมื่อวันที่ : 22 พ.ค. 2560 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
38 ครั้ง
ป.ป.ส. ร่วมบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล

23-5-60-sirinya108.jpg

     วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2560 เวลา 10.00 น. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายบุญชู ทัศนประพันธ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายสมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต นายภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายเฉลิมธันว์ สุขขะปุณณพันธ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวศรัณยา เลิศศาสตร์วิวัฒน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี นางสุรางค์ เจียร์มงคล ชนินทรลีลา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี นายบัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาววรรณรวี ขันทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดตลิ่งชัน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ สำนักงาน ป.ป.ส.

    เมื่อปี 2552 ศาลอาญาธนบุรีริเริ่มโครงการคลินิกการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะดำเนินการให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังหรือจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีความรุนแรงในครอบครัว หรือ คดีที่มีโทษไม่ร้ายแรงซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว (โดยการประกันตัว) โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมด้านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงวิกฤติของชีวิต ซึ่งเป็นโอกาสที่จะให้บุคคลเหล่านี้ได้เลือก  แนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. 

      รัฐบาลให้ความสำคัญจึงได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า และยึดหลักผู้เสพ คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม โดยเน้นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อลดระดับของปัญหายาเสพติดโดยเร็ว ในปี 2557 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จึงร่วมกับ สำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญาธนบุรี ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลจังหวัดนนทบุรี กรมสุขภาพจิต กรมคุมประพฤติ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี (ปี 2557-2559)

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า "ผู้ที่มีสิทธิเข้ารับคำปรึกษาด้านจิตสังคม ประกอบด้วยบุคคล 4 กลุ่ม คือ

1. ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการสอบสวนในคดีที่เสพสารเสพติด หรือครอบครองสารเสพติดจำนวนเล็กน้อย หรือขับขี่และเสพสารเสพติดหรือสุรา รวมทั้งผู้ต้องหาในคดีความรุนแรงในครอบครัวหรือคดีอาญาอื่นๆ ที่มีโทษไม่ร้ายแรง และศาลพิจารณาให้ประกันตัว

2. จำเลยที่ได้รับการประกันตัวและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล       

3. จำเลยที่ศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษและกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ

4. ผู้ที่สมัครใจเข้ารับคำปรึกษาเอง

    ผลการดำเนินงานของคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวของทั้ง 3 ศาล คือ ศาลอาญาธนบุรี ศาลจังหวัดนนทบุรี และศาลจังหวัเเชียงใหม่ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ตลอดระยะเวลา 3 ปี มีผู้เข้ารับคำปรึกษาฯ จำนวน 4,947 คน แบ่งเป็น

1)  ศาลอาญาธนบุรี ให้คำปรึกษาจำนวน 2,227 คน เป็นคดียาเสพติด ร้อยละ 90 ในจำนวนนี้พบการกระทำผิดซ้ำร้อยละ 1.5

2)  ศาลจังหวัดนนทบุรี ให้คำปรึกษาจำนวน 2,203 คน เป็นคดียาเสพติดร้อยละ 98.37 พบการกระทำผิดซ้ำร้อยละ 0.77

3)  ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ให้คำปรึกษาจำนวน 517 คน เป็นคดียาเสพติดร้อยละ 84.33 พบการกระทำผิดซ้ำ ร้อยละ 2.7"

        ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาลดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายในปีนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 มีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปี (2560-2562) โดยมีการขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 3 หน่วยงาน คือ กรมการแพทย์ ศาลจังหวัดปทุมธานี และศาลจังหวัดตลิ่งชัน การดำเนินงานนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของศาลซึ่งเป็นหลักประกันให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เข้าร่วมโครงการที่อยู่ในกระบวนการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นโครงการเชิงรุกที่จะช่วยลดโอกาสสำหรับผู้กระทำผิดไม่ร้ายแรงที่อาจจะแปรสภาพเป็นอาชญากรมากขึ้น

     นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า "การลงนามบันทึกข้อตกลง หรือ MOU เป็นความร่วมมือต่อเนื่อง นับจากการประสบความสำเร็จในความร่วมมือครั้งแรก โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกับ 11 หน่วยงาน บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และคดีความรุนแรงในครอบครัวในระบบศาล มีจุดมุ่งหมายที่จะให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติดและคดีความรุนแรงในครอบครัวที่มีโทษไม่ร้ายแรงและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ผู้กระทำผิดเหล่านี้ได้มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทางศาลได้จัดให้มีการอบรมและให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงวิกฤติ โดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ แบ่งเป็น 2 มิติ

1. ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ผ่านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้รับการพัฒนาพฤตินิสัย ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตภายใต้การให้คำปรึกษาของผู้ให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม ไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำ และกลับคืนเป็นคนดีในสังคม ย่อมส่งผลให้ครอบครัวของพวกเขาที่เคยประสบความทุกข์ยากทั้งใจและกาย ได้รับความสุขกลับคืนมา

2. สังคมที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ผ่านการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมรู้สึกปลอดภัยและมีความอุ่นใจในการดำรงชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากไม่ต้องกังวลว่าจะถูกประทุษร้ายต่อร่างกาย หรือถูกทำลายหรือแย่งชิงทรัพย์สิน"

23-5-60-sirinya102.jpg23-5-60-sirinya103.jpg 

23-5-60-sirinya104.jpg23-5-60-sirinya106.jpg 

23-5-60-sirinya107.jpg23-5-60-sirinya101.jpg 

23-5-60-sirinya108.jpg23-5-60-sirinya109.jpg 

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ