เลขาธิการ ป.ป.ส. แจงกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจค้นยาเสพติด

เมื่อวันที่ : 12 เม.ย. 2560 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
54 ครั้ง
เลขาธิการ ป.ป.ส. แจงกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจค้นยาเสพติด

Info17041201_Officer.jpg

 

วันพุธที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ชี้แจงกรณีที่มีบุคคลโพสต์คลิปและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) โดยมีข้อสงสัยว่า มีบุคคลแอบอ้างตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขอตรวจค้นยาเสพติด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ดังนี้

แนวทางปฏิบัติของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการตรวจค้นยาเสพติด โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สามารถทำได้ โดย

1. กรณีการค้นเคหสถานหรือสถานที่

เมื่อปรากฏว่ามีเหตุสงสัยว่ามีบุคคลกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่หรือมีทรัพย์สิน ซึ่งมีไว้เป็นความผิดซุกซ่อนอยู่ หากรอหมายค้นอาจล่าช้าบุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ทำลาย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำนาจค้นโดยใช้บัตร เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้ โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

1.1 ก่อนลงมือตรวจค้น ต้องแสดงความบริสุทธิ์และแสดงบัตรประจำตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อผู้ครอบครอง ผู้ดูแลหรือบุคคลในครอบครัวนั้น (แสดงความบริสุทธิ์ หมายความว่า ทำให้เห็นว่าไม่ได้ซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายไว้กับตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนเข้าทำการตรวจค้น)

1.2 การค้นให้ค้นต่อหน้าบุคคลที่ครอบครองเคหสถานหรือสถานที่นั้น

1.3 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ทำการค้น ต้องทำบันทึกการค้นระบุเหตุที่ทำให้สามารถเข้าค้นได้มอบให้ไว้แก่ผู้ครอบครองเคหสถานหรือสถานที่นั้น ตามแบบที่กำหนด

1.4 ทำรายงานตามแบบที่กำหนดพร้อมสำเนาบันทึกการค้นให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันค้น

2. กรณีการค้นบุคคลหรือยานพาหนะ

2.1 ก่อนลงมือตรวจค้น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องแสดงความบริสุทธิ์และแสดงบัตรประจำตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อผู้ที่จะถูกค้นหรือต่อผู้ครอบครองยานพาหนะที่จะตรวจค้น (กรณีค้นตัวสุภาพสตรี ต้องให้เจ้าพนักงานที่เป็นสุภาพสตรีเป็นผู้ค้น)

2.2 เมื่อค้นเสร็จให้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. บันทึกรายละเอียดแห่งการค้นและบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ แล้วอ่านให้บุคคลผู้ถูกค้นฟังและให้ลงลายมือชื่อรับรองไว้ หากบุคคลนั้นไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้หมายเหตุไว้ในบันทึกการค้น

2.3 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องทำรายงานตามแบบที่กำหนดพร้อมสำเนาบันทึกการค้นให้ เลขาธิการ ปป.ส. ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันค้น
 

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 กำหนดอำนาจของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไว้ดังนี้

1. เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุสงสัยว่ามีบุคคลกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดซุกซ่อนอยู่

2. ค้นบุคคลหรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่

3. จับบุคคลใดๆที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

4. ยึดหรืออายัดยาเสพติดที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ได้ใช้หรือจะใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้

5. ค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

6. สอบสวนผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

7. มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดๆ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการใดๆ มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชี เอกสารหรือวัตถุใดๆ มาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา

8. ตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่

9. ขอให้บุคคลใดช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามข้อ 1 - 8

10. ขอข้อมูลข่าวสารซึ่งส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ในการสื่อสาร สื่ออิเล็กโทรนิกส์ โดยขออนุญาตต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

11. ควบคุมผู้ถูกจับไว้เพื่อสอบสวนได้ไม่เกิน 3 วัน โดยไม่นับรวมเป็นเวลาควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
    

ดังนั้น หากพบผู้มีพฤติการณ์ที่ต่างจากนี้ และน่าสงสัยว่า มีการแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.  ท่านสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งมายังสายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386


 
YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ