ป.ป.ส. จับมือ INCB และ UNODC เปิดเผยรายงานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ประจำปี 2560

เมื่อวันที่ : 3 มี.ค. 2560 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
31 ครั้ง
ป.ป.ส. จับมือ INCB และ UNODC เปิดเผยรายงานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ประจำปี 2560

3-3-60-niyom01.JPG

      วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 เวลา 09.30 น. นายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ รองประธานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) และนายอินชิค ซิม (Mr. Inshik Sim) ผู้แทนจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ร่วมแถลงเปิดเผย “รายงานประจำปี ของ INCB (The International Narcotics Control Board-INCB) ประจำปี 2560” โดยนำเสนอเรื่องแนวโน้มของยาเสพติดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุมมองนโยบายยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรายงานสำหรับปี 2559 ของ INCB ณ ห้องชิดชัย วรรณสถิตย์ สำนักงาน ป.ป.ส.   

      จากสถิติในหลายประเทศ ระบุว่า ในหมู่ผู้หญิงมีการใช้ยาเสพติดเกินขนาดเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ได้มีการเรียกร้องให้มีนโยบายกำกับดูแลผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง โดยรายงานของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ประจำปี 2559
 มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
-เรียกร้องนโยบายกำกับดูแลผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง มาตรการความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อการเข้าถึงบริการทางสุขภาพ และเพิ่มงบประมาณในการป้องกันและบำบัดรักษา
-เรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต สำหรับนักโทษคดียาเสพติด
-สนับสนุนให้หลายๆ ประเทศพิจารณาการให้ทางเลือกแทนโทษจำคุกสำหรับผู้กระทำความผิดเล็กน้อย
-ไม่เห็นด้วยกับการทำให้กัญชาที่ไม่ได้ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ถูกกฎหมาย

        จากสถิติในหลายประเทศ ที่ระบุว่า ผู้หญิงมีการใช้ยาเสพติดเกินขนาดเพิ่มมากขึ้น INCB ณ กรุงเวียนนา จึงเรียกร้องขอความร่วมมือจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิงอย่างจริงจัง โดยใช้นโยบายและมาตรการกำกับดูแลที่ทางรัฐบาลเป็นผู้กำหนด นอกจากนี้ คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ยังเน้นย้ำอีกว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ในลำดับต้นๆ โดยเน้นไปที่การเข้าถึงบริการทางสุขภาพ และเรียกร้องให้สนับสนุนงบประมาณและความร่วมมือในการป้องกันและบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้นด้วย

จากรายงาน นายเวอเนอร์ ซิปป์ (Werner Sipp) ประธานของ INCB กล่าวว่า “เราต้องการที่จะเปลี่ยนความเข้าใจ และย้ำเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้กำหนดนโยบาย ให้เห็นถึงความสำคัญในการป้องกันสิทธิของผู้หญิงที่ใช้ยาเสพติดหรือกระทำความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และสิทธิสำหรับครอบครัวของกลุ่มคนเหล่านี้”

      ผู้ใช้ยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนหญิงและผู้หญิง มีจำนวนเฉลี่ยทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 1 ใน 3  ของจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลก ซึ่งระดับของการใช้ยาเสพติดมีปริมาณสูงขึ้นในกลุ่มผู้หญิงที่มาจากประเทศที่มีรายได้สูงอย่างไรก็ตาม มีผู้หญิงเพียง 1 ใน 5 เท่านั้น ที่มีโอกาสได้เข้ารับการบำบัดรักษา เนื่องจากระบบโครงสร้างทางสังคม วัฒนธรรม และค่านิยมที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการบำบัดรักษา ซึ่งเมื่อเทียบกับผู้ชายแล้ว กล่าวได้ว่า  

ผู้หญิงมีแนวโน้มในการใช้สารเสพติดตามใบสั่งแพทย์ รวมถึงยาคลายเครียดไปในทางที่ผิดมากกว่าผู้ชาย อาทิ ประเทศเยอรมนีและประเทศเซอร์เบีย มีรายงานว่า ผู้หญิงมีการใช้ยาเกินขนาดจากใบสั่งแพทย์สูงกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ กลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร ก็มีจำนวนการใช้สารเสพติดทุกชนิดเกินขนาดเพิ่มขึ้น ในหมู่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเช่นกัน

     ด้านนายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “รายงานประจำปีของ INCB เป็นรายงานที่มีความสำคัญ มีเนื้อหาที่ครอบคลุมเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มของยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น และรวมไปถึงมาตรการควบคุม ตลอดจนข้อเรียกร้องต่างๆ จากประชาคมระหว่างประเทศ ปัจจุบันปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามต่อทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศที่มีชายแดนเชื่อมติดกันและตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ยาเสพติดจำนวนมากถูกลักลอบลำเลียงมาจากแหล่งดังกล่าวมายังประเทศที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกันในทุกๆ ปี ซึ่งหมายความว่า สารตั้งต้นและสารเคมีต่างๆ ยังคงมีอยู่ และยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือเป็นเหยื่อของการใช้ยาเสพติด ประเทศไทยจึงได้มีการปรับใช้นโยบายควบคุมยาเสพติดแนวใหม่ โดยใช้แนวทางสาธารณสุขเป็นพื้นฐาน สำหรับการให้บริการด้านการบำบัดรักษา ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับรายงานประจำปีของ INCB ในเรื่องของนโยบายยาเสพติด ที่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ และการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ สำหรับผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง  ดังนั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องการใช้สารเหล่านี้จึงมีความสำคัญ เพื่อการติดตามเฝ้าระวัง ซึ่งจะนำไปสู่การควบคุมสารเหล่านั้นต่อไป”

3-3-60-niyom02.JPG3-3-60-niyom03.JPG 

3-3-60-niyom04.JPG3-3-60-niyom05.JPG 

3-3-60-niyom06.JPG3-3-60-niyom07.JPG 


 
YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ