​ป.ป.ส. เตือนอันตรายจากการสูดดมแก๊สกระป๋อง

เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2560 00:00
หน่วยงาน : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
26 ครั้ง
​ป.ป.ส. เตือนอันตรายจากการสูดดมแก๊สกระป๋อง

27-2-60-sirinya012.jpg 

     จากกรณีที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวเยาวชนในจังหวัดนครราชสีมา ได้นำก๊าซเชื้อเพลิงบรรจุกระป๋องสูดดม จนเป็นเหตุ ให้เสียชีวิต 1 ราย และอีกรายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา

     นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ พบว่าเยาวชนทั้งสองเรียนรู้การเสพ โดยสูดดมก๊าซดังกล่าวนี้จากเพื่อนรุ่นพี่ เมื่อครั้งอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนที่จะเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซครั้งนี้ ทั้งสองได้เสพก๊าซมาแล้วประมาณ 2 เดือน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม และมีอาการเมา เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างก๊าซเชื้อเพลิง ที่เยาวชนนำมาสูดดม พบว่า เป็นก๊าซเชื้อเพลิงใช้ในการหุงต้ม มีส่วนประกอบของโพรเพน (Propane) และบิวเทน (Butane) ซึ่งมีลักษณะเป็นก๊าซไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เป็นของเหลวใส ไอที่เย็นจะเห็นเป็นหมอก หรือควันสีขาว ก่อนนำมาใช้ประโยชน์จะมีการเติมกลิ่น เพื่อให้สามารถสังเกตและป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดการรั่วจากภาชนะบรรจุ โดยอันตรายจากการเสพ หรือนำก๊าซที่มีสารผสมระหว่างโพรเพนและบิวเทน เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์กดระบบประสาท เกิดอาการมึนงง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หากสะสมในร่างกายจนมีความเข้มข้นสูง จะทำให้ออกซิเจนในปอดลดลง ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ลดลง ทำให้เกิดอาการหายใจสั้น หัวใจเต้นเร็ว ทรงตัวไม่อยู่ เนื่องจากเมื่อก๊าซผ่านจากปอดเข้าสู่กระแสเลือดจะไปสะสมในปริมาณสูง จะมีภาวะขาดออกซิเจน หากขาดออกซิเจนนานอาจทำให้เกิดอาการชัก หมดสติ เกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน จนเสียชีวิตได้
   นายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการ ป.ป.ส. /โฆษก สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. ตระหนักถึงวิถีชีวิต ในสังคมปัจจุบันที่เด็กและเยาวชนจะได้รับข้อมูลต่างๆ ทางสื่อออนไลน์หรือกลุ่มเพื่อน เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กและเยาวชน จึงขอให้ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ หรือผู้ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนให้คำแนะนำและเฝ้าระวังการเข้าถึงสื่อ ให้ความรู้ความเข้าใจถึงโทษพิษภัยจากการใช้ยาเสพติด รวมถึงการใช้ยาและสารต่างๆ ในทางที่ผิด หรือหมั่นสังเกต และตักเตือน หากพบพฤติกรรมที่จะนำไปสู่อันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้ปกครอง ครอบครัว ต้องดูแล เอาใจใส่ให้เวลาพบปะพูดคุย และทำกิจกรรมร่วมกัน ในครอบครัว เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและให้คำปรึกษากับเด็กได้ เพื่อความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน  และป้องกันการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเกิดการสูญเสียเช่นกรณีดังกล่าว”

YouTube Instagram TikTok X Threads search download
Q&A FAQ