เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามประกาศใช้ระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๙ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ลงนามประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่องกำหนดอัตราการจ่ายเงินสินบนเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๙ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญ คือ

              ๑.คำนิยามศัพท์คำว่าเงินรางวัลเพื่อให้ครอบคลุมถึงเงินที่จะจ่ายให้เจ้าหน้าที่อื่นๆที่มีส่วนร่วมในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอันนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายยาเสพติดหรือยึดยาเสพติดเพื่อให้การจ่ายเงินรางวัลมีความเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
              ๒.เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลคือในคดีที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้จ่ายเงินรางวัลเพิ่มขึ้นโดยนำเงินส่วนที่จะจ่ายเป็นเงินสินบนมารวมจ่ายเป็นเงินรางวัลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่สืบสวนหาข่าวด้วยตนเอง
              ๓.เพิ่มการจ่ายเงินช่วยเหลือเฉพาะตัวการแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านปราบปรามยาเสพติดและมิได้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใดเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนหรือจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายยาเสพติดและได้รับอันตรายต่อชีวิต หรือร่างกาย
              ๔. กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนภูมิภาคสามารถยื่นคำขอต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดได้เพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นการอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนของการส่งคำขอ
              ๕.แก้ไขหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบฯการจับยึดและตรวจพิสูจน์ยาเสพติดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้จับกุมสำหรับคดีที่ยาเสพติดของกลางที่ไม่เข้าเกณฑ์ต้องหาสารบริสุทธิ์ตามระเบียบ ฯ
              ๖. แก้ไขหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเพื่อให้การจับกุมตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟู ฯ สามารถขอรับเงินรางวัลได้ และสามารถยื่นคำขอคดีที่มีเงินเพิ่มได้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาหากในชั้นพนักงานอัยการมีคำสั่งยื่นคำขอไม่ทัน
              ๗. ให้ ป.ป.ส. เป็นผู้กำหนดชนิดและปริมาณยาเสพติดให้คณะอนุกรรมการภาคพิจารณาจ่ายเป็นการเพิ่มอำนาจพิจารณาให้คณะอนุกรรมการภาค
              ๘. เพิ่มอำนาจคณะอนุกรรมการ ฯ ในการดำเนินการกับผู้ขอรับเงินที่ไม่สุจริต โดยให้คณะอนุกรรมการเสนอให้ ป.ป.ส. พิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๓ (๑๐) แห่งกฎหมายว่าด้วยป้องกันและปราบปราบยาเสพติด หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
              ๙. แก้ไขอัตราการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเพิ่มอัตราการจ่ายของยาเสพติดที่มีอยู่เดิมและเพิ่มชนิดตัวยาเสพติดตัวใหม่ เช่น เฮโรอีนเพิ่มจากกรัมละ ๑๐ บาท เป็นกรัมละ ๒๐ บาท กัญชาจากกรัมละ๐.๐๒ บาท เป็นกรัมละ ๐.๑๐ บาท และยาอีจ่ายอัตราเดียวกับยาบ้า เป็นต้น