SharePoint

โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

​​

 

structer1.png
ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519
แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 109/2557
ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2557

 

 

 

องค์ประกอบของคณะกรรมการ (มาตรา 5)

1.   รองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง)ประธานกรรมการ
2.   รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ)กรรมการ
3.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกรรมการ
4.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกรรมการ
5.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรรมการ
6.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกรรมการ
7.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกรรมการ
8.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกรรมการ
9.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกรรมการ
10. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกรรมการ
11. ปลัดกระทรวงยุติธรรมกรรมการ
12. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรรมการ
13. ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกรรมการ
14. ผู้บัญชาการทหารบกกรรมการ
15. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกรรมการ
16. อธิบดีกรมศุลกากรกรรมการ
17. อธิบดีกรมสรรพากรกรรมการ
18. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกรรมการ
19. อัยการสูงสุดกรรมการ
20. รองศาสตราจารย์  สุริยเดว  ทรีปาตีกรรมการ
21. ผู้ช่วยศาสตราจารย์  อภินันท์  อร่ามรัตน์กรรมการ
22. นายพิทยา  จินาวัฒน์กรรมการ
23. เลขาธิการ ป.ป.ส.กรรมการและเลขานุการ
24. รองเลขาธิการ ป.ป.ส.ผู้ช่วยเลขานุการ
25. ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ส.ผู้ช่วยเลขานุการ
  ​


 

 

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจำนวนไม่เกิน สองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

 

** ลำดับที่ 1 - 2 ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 310/2559 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2559 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

** ลำดับที่ 20 – 21 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2558 เป็นต้นไป

** ลำดับที่ 22 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 และครบวาระ การดำรงตำแหน่งพร้อมกับกรรมการลำดับที่ 20 และ 21

 

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ (มาตรา 13)


1. กำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย แผนงาน มาตรการ และกลไกในการสกัดกั้น ป้องกันและปราบปราม บำบัดรักษา และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ครบวงจร เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
2. กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางในการประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆ หรือองค์การระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามการลักลอบผลิตและค้ายาเสพติด รวมทั้งประสานงานการข่าวเพื่อสกัดกั้นและปราบปรามจับกุมขบวนการและเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ
3. ควบคุม เร่งรัด และประสานงาน เพื่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน ปราบปราม การฟ้องคดี และการบังคับโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
4. กำหนดสถานะของพื้นที่หรือกลุ่มพื้นที่ในแต่ละปี หรือพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมกับกำหนดให้มีกลไก โครงสร้าง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมกับสถานะของปัญหา และให้ส่วนราชการให้การสนับสนุนตามที่ร้องขอ
5. วางโครงการและดำเนินการ ตลอดจนสั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด
6. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรืองาน แผนงาน หรือโครงการของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
7. ประสานงานและกำกับเกี่ยวกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
8. พิจารณาอนุมัติหรือมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
9. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการและกำหนดให้สถานที่ซึ่งใช้ในการประกอบธุรกิจใดๆเป็นสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการดังกล่าว
10. เสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้ความดีความชอบหรือโยกย้ายหรือลงโทษทางวินัยต่อข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตลอดจนขอให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดเร่งรัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ความคุ้มครองแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด
11. พิจารณาและดำเนินการจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งกำกับและติดตามการใช้งบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว
12. สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
13. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ