การดำเนินงานต่อยาเสพติดให้โทษของกลางจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ดังนี้

  1. กฎหมายได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522,
    พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พ.ศ. 2518 และ พ.ร.ก. ป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533
  2. ระเบียบได้แก่ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจับ ยึดและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด พ.ศ. 2537 และระเบียบกระทรวงสารธารณสุขว่าด้วย การเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลาง พ.ศ. 2541

ทั้งนี้ โดยจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามแผนภูมิดังนี้

การตรวจรับของกลางยาเสพติด

1.1 พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป นำของกลางมาส่งยังสถานตรวจพิสูจน์ยาเสพติด พร้อมแสดงบัตรประจำตัว เว้นแต่ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 หรือ 2 ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 20 กรัม และฝิ่นน้อยกว่า 500 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 น้อยกว่า 1 กิโลกรัม วัตถุออกฤทธิ์น้อยกว่า 5 กรัม หรือ น้อยกว่า 200 เม็ด สารระเหยน้อยกว่า 1 กิโลกรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 4 พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งมอบ หรือจะส่งกับการสื่อสารแห่งประเทศไทยในจดหมายไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนได้

1.2 ของกลางที่นำมาส่ง ต้องบรรจุในภาชนะที่เรียบร้อย แข็งแรง ปิดผนึก ปิดทับด้วยแบบ ป.ป.ส.6-31

1.3 คณะกรรมการตรวจรับประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า 2 คน ในกรณีที่จำเป็น ผู้ตรวจพิสูจน์หนึ่งคน อาจดำเนินการตรวจรับร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่นที่เป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป

1.4 การตรวจสอบของกลาง ตรวจสอบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้นำส่ง แล้วบันทึกรายละเอียดต่างๆทั้งหมด ในใบตรวจรับของกลางยาเสพติด พร้อมทั้งลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ารเก็บรักษาของกลาง

อนึ่ง ยาเสพติดให้โทษของกลางที่ได้ตรวจพิสูจน์แล้วว่า เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 สถานตรวจพิสูจน์จะนำของกลางส่วนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ มาส่งมอบเพื่อเก็บรักษาที่กระทรวงสาธารณสุข (ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจับ ยึด และตรวจพิสูจน์ยาเสพติดพ.ศ.๒๕๓๗ ) จากนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะเป็นผู้รับมอบและเก็บรักษาไว้ที่คลังยาเสพติดให้โทษของกลาง
จำนวนยาเสพติดให้โทษของกลาง เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   

 

การทำลายของกลางยาเสพติด

ของกลางยาเสพติดที่เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เดิมต้องเก็บรักษาไว้จนกว่าคดีถึงที่สุดแล้วจึงนำไปเผาทำลายได้ แต่ปัจจุบันยาเสพติดที่เก็บในคลังแต่ละปีมีปริมาณมากขึ้น รัฐบาล จึงได้มีการปรับกฎหมายให้เอื้อต่อการปฏิบัติ คือ ให้สามารถเผาทำลายยาเสพติดของกลางได้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีโดยไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด จึงจะทำให้เผายาเสพติดได้เร็วขึ้นอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ดังนั้นต่อไปนี้ สำหรับคดียาเสพติดที่ผ่านการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ริบยาเสพติดให้โทษของกลางในคดี กระทรวงสาธารณสุขสามารถนำยาเสพติดดังกล่าวไปเผาทำลายต่อหน้าสาธารณชน มีสื่อมวลชนเป็นสักขีพยานในการเผาทำลายและเพื่อเป็นการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมจึงกำหนดให้เผาในระบบเตาเผาขยะณ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งมีระบบควบคุมอากาศและการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานของสถานตรวจพิสูจน์ สำนักงาน ป.ป.ส.
 
 

 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม © Copyrights 2005 http://www.oncb.go.th
เลขที่ 5 ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 02-247-0901-19 โทรสาร 02-246-8526, 02-247-7217
HOME| Contact us: webmaster@oncb.go.th| ONCB Website Version 3.