แผนแม่บทเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี ๒๕๔๕ - ๒๕๔๙



      บทที่ ๔  ยุทธศาสตร์ แนวทาง และกรอบแนวคิดแผนงาน โครงการที่มีความสำคัญ


       ๑.ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิด วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙ และนโยบายของรัฐบาลตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๑๑๙/๒๕๔๔ จึงควรกำหนดให้ ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดิน เป็นยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินงานป้องกันละแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมียุทธศาสตร์ย่อยรองรับรวม ๙ ยุทธศาสตร์ ดังนี้
          ๑.๑ ยุทธศาสตร์การปลุกพลังแผ่นดินและการป้องกัน
เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนในชาติ มีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด ตลอดจนมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหา
การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ๔ ประการ ได้แก่
               ๑) การรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคนไทย สังคมไทยและความมั่นคงของชาติ รวมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้าน ป้องกันและแก้ไขปัญหาในทุกรูปแบบ โดย
                   - รณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น วิทยุ โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
                   - พัฒนารูปแบบและเนื้อหาการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ โดยไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้น ยุยงหรือท้าทายให้เด็กและเยาวชนเข้าไปลองใช้ยาเสพติด
                   - สร้างความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์และผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจความต้องการของเด็กและเยาวชนตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไปและรู้จักวิธีที่จะหาทางป้องกันให้เด็กห่างไกลจากปัญหายาเสพติด
                   - บรรจุและหรือสอดแทรกนโยบาย เนื้อหาสาระ ประเด็นปัญหาและแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในการประชุมสัมมนาหรือฝึกอบรมในทุกระดับ
               ๒) การเสริมสร้างความเข้มแข็งและพลังทางสังคม เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือของภาคีต่างๆทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชนและประชาชน ตั้งแต่ระดับชุมชนถึงระดับชาติ โดย
                   - สนับสนุนการพัฒนาทีมงานและหรือทีมวิทยากรที่จะเข้าไปกระตุ้น ให้ความรู้ ความเข้าใจ ประชาชน-ชุมชนและกลุ่มพลังมวลชนต่าง ๆ
                   - สร้างเวทีประชาคมทั้งในชุมชน สถานศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้สาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไข รวมทั้งเป็นการค้นหาแกนนำโดยธรรมชาติและพัฒนาศักยภาพแกนนำให้ตระหนักและเข้าใจวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
                   - ค้นหาและสนับสนุนชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการที่มีประสบการณ์แก้ไขปัญหายาเสพติดจนประสบความสำเร็จ ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อขยายเป็นเครือข่ายในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน
                   - สนับสนุนให้เกิดกระแสความเคลื่อนไหวของประชาคมต่อต้านยาเสพติด ทั้งในรูปของกลุ่มมวลชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความตื่นตัวและสำนึกต่อการร่วมมือในการแก้ปัญหาโดยพลังประชาชนในวงกว้าง เช่น การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในชุมชน การติดตามผู้เสพที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้วและการทำหรือให้ข้อมูลยาเสพติดในชุมชน เป็นต้น
                   - เปิดโอกาสและสนับสนุนให้องค์กรเอกชน/องค์กรเครือข่ายประชาชนมีขีดความสามารถในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้การกำกับดูแลและอุดหนุนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสร้างกลไกประสานงานระหว่างภาครัฐกับองค์กรภาคเอกชน/องค์กรเครือข่ายประชาชน
                   - สนับสนุนการจัดตั้งและขยาย “กองทุนฯ”หรือมูลนิธิต่างๆ ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในระดับชาติและในระดับพื้นที่
              ๓)  การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังไม่เคยใช้ยาเสพติด มิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดย
                   - ปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้เกิดการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกได้ โดยเฉพาะกิจกรรมด้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และด้านท้าทายความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ รวมทั้งการสร้างทักษะชีวิตในการลดละหรือปฏิเสธการใช้สารเสพติดทุกชนิด
                   - จัดให้มีระบบหรือกลไกการเฝ้าระวังและป้องกันกลุ่มเด็กเยาวชนที่ไม่เคยใช้สารเสพติด เช่น ให้ครูที่ปรึกษาหรือครูประจำชั้นคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมและให้คำปรึกษาเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อที่จะหาทางป้องกันปัญหาได้อย่างทันการณ์และเหมาะสมภายใต้ความร่วมมือจากเด็กและเยาวชน ครอบครัว ชุมชน สถานศึกษาและหน่วยงานอื่น ๆ
                   - คุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ถูกหลอกลวงหรือที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำหน่ายยาเสพติด
                   - สนับสนุนกิจกรรมที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เหมาะสมกับเพศ วัยและฐานะซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและเยาวชน ครอบครัวและชุมชน เช่น การแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด และกิจกรรมทางเลือกอื่นๆเป็นต้น
                   - สนับสนุนให้เด็กนักเรียน นักศึกษา มีโอกาสได้ศึกษาวิชาทหาร (ร.ด.) เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเสริมสร้างระเบียบ วินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม
                   - ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา ให้สะอาด ร่มรื่น เป็นระเบียบ ห้องน้ำที่มีสภาพเหมาะสม ปราศจากมุมอับ มีรั้วและอยู่ใกล้ครู โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
- จัดระบบดูแล เฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหายาเสพติดโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชน เช่น งานมวลชนสัมพันธ์ เป็นต้น
               ๔) การลดปัจจัยเงื่อนไขการก่อปัญหาและแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อสกัดกั้นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติด โดย
                   - กำหนด พื้นที่ ควบคุมและตรวจสอบแหล่งอบายมุข แหล่งเริงรมย์และสถานบริการต่าง ๆ รวมทั้งหอพักนักเรียน นักศึกษา อย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน สถาบันการศึกษาและสื่อมวลชนต่าง ๆ ทั้งนี้ควรหาวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสม
                   - ปรับปรุงกลไกการควบคุม/ตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มคนต่างด้าวหรือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการลำเลียงและค้ายาเสพติด
           ๑.๒ ยุทธศาสตร์การควบคุมตัวยาและสารเคมี
                 เพื่อตรวจสอบ ควบคุม สกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ รวมทั้งอุปกรณ์ ในการผลิต ยาเสพติด รวมทั้งควบคุมตัวยาหรือสารอื่นๆที่อาจสามารถมาใช้ทดแทนยาเสพติด  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๒ ประการ ได้แก่
                 ๑)  การควบคุมสารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ และยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทดแทนยาเสพติด เพื่อไม่ให้นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการช่วยให้ผู้ติดยาได้เสพยาอื่นทดแทน ตลอดจนทำลายของกลางยาเสพติด โดย
                     - ควบคุมและตรวจสอบสารตั้งต้น เคมีภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคอื่นๆ รวมทั้งตัวยาต่างๆที่สามารถนำมาใช้ผลิตยาเสพติดทั้งในส่วนที่มาจากต่างประเทศและจากภายในประเทศ
                     - จัดทำบัญชียาหรือผลิตภัณฑ์ต้องห้ามที่สามารถนำไปทดแทนยาเสพติด และควบคุมตามร้านขายยา โดยต้องมีใบสั่งแพทย์ในการจำหน่าย จำกัดปริมาณการเก็บและจำหน่ายรวมทั้งมีการตรวจสอบ ตักเตือนและลงโทษทั้งแพทย์ผู้สั่งยาและร้านขายยาที่หลีกเลี่ยงอย่างจริงจัง
                     - สำรวจ ควบคุม และทำลายแหล่งผลิตพืชเสพติด เช่น ฝิ่น กัญชาและกระท่อม รวมทั้ง ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนที่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
                     - ปรับปรุงระบบจัดเก็บและการทำลายของกลางยาเสพติดให้เป็นที่รับรู้และหายแคลงใจของประชาชน
                 ๒)  การสกัดกั้นบริเวณชายแดน เพื่อไม่ให้มีการนำสารเคมีและอุปกรณ์ในการผลิตออกไปยังแหล่งผลิตต่างประเทศ และไม่ให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาจากต่างประเทศ โดย
                      - ควบคุม ตรวจสอบช่องทาง จุดผ่อนปรนด่านและทางเข้าออกตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางทะเลซึ่งล่อแหลมต่อการนำเข้ายาเสพติดและส่งออกสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์การผลิตยาเสพติดอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ
                      - พัฒนาระบบข้อมูลและการข่าวเพื่อใช้ประโยชน์ในการเฝ้าระวังการผลิต และการค้าบริเวณชายแดนโดยใช้เครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ เป็นต้น
                      - สืบสวน ลาดตระเวนและปราบปรามกองกำลังติดอาวุธหรือชนกลุ่มน้อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การลำเลียงและการค้ายาเสพติด รวมทั้งเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติ กลุ่มการค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆและนักค้ารายสำคัญในพื้นที่บริเวณชายแดน
                      - พัฒนาหมู่บ้านตามแนวชายแดน ให้มีขีดความสามารถสกัดกั้นยาเสพติดทั้งในด้านการติดตาม เฝ้าระวัง ปฏิบัติการจิตวิทยาและปฏิบัติงานร่วมกันกับส่วนราชการควบคู่ไปกับการพัฒนางานพื้นฐานอื่น ๆ
                      - มอบหมายให้ทหารเป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน โดยมีอำนาจบริหารจัดการเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาในลักษณะเบ็ดเสร็จ
            ๑.๓  ยุทธศาสตร์การปราบปราม
                  เพื่อผนึกกำลังในการปราบปรามและพัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการต่างๆในการสืบสวนปราบปรามลิดรอนและทำลายเครือข่าย การผลิต การค้า การขนส่ง และการสนับสนุนอย่างเฉียบขาด จริงจัง  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๓ ประการ ได้แก่
                 ๑)  การปราบปราม เพื่อทำลายโครงสร้างเครือข่าย ผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้มีอิทธิพล ผู้สมคบและผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าขนาดกลางซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดในพื้นที่ โดย
                     - ดำเนินการสืบสวนและปราบปรามขบวนการผลิต กลุ่มเครือข่ายการค้าระดับประเทศ กลุ่มเครือข่ายการค้าเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ เจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
                     - สนับสนุนให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษทั้งในระดับจังหวัดและระดับภาคอย่างน้อย ๑ แห่ง เพื่อสนับสนุนการปราบปรามและถ่วงดุลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานในพื้นที่
                     - เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ ที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามการค้ายาเสพติดและจับกุมผู้กระทำความผิด โดยได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย มีสิ่งจูงใจ หลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิการต่างๆ
                     - กำหนดพื้นที่เป้าหมายการปฏิบัติการให้ชัดเจน โดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในการกดดันและปราบปราม โดยใช้มาตรการทางสังคมและมาตรการพิเศษเพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับใจ
                     - พิจารณาจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยและพัฒนาเทคโนโลยี่ต่างๆเพื่อสนับสนุนในการปราบปราม เช่น เครื่องตรวจสอบยาเสพติดของการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยและรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
                     - พัฒนาบุคลากรที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความรู้ จิตสำนึกและพลังศรัทธาในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม
                 ๒)  การเสริมสร้างความร่วมมือ แรงจูงใจและสนับสนุนการปราบปราม เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจและผลตอบแทนแก่บุคคล องค์กรที่ปฏิบัติงานหรือสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด โดย
                     - ปรับปรุงระเบียบการจ่ายสินบนเงินรางวัลและระเบียบการจัดการทรัพย์สินของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อตอบแทนผู้สนับสนุนและเจ้าพนักงานผู้จับกุมให้มีความสะดวกและรวดเร็ว ภายหลังการยืนยันการตรวจพิสูจน์ของกลาง
                     - ให้รางวัลหรือความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามด้วยความจริงจังและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ
                     - ให้จัดสรรเงินทรัพย์สินที่ได้จากการยึด อายัดและริบทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิดแก่องค์กรประชาชน องค์กรชุมชน องค์กรส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้น เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนาอื่นๆ
                 ๓)  การดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่มีผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐหนุนหลัง โดย
                      - สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลหรือข่าวสารการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกคณะกรรมการฯชี้มูลความผิดหรือถูกสอบสวนว่ามีส่วนกระทำความผิดทั้งทางปกครอง วินัยและอาญา
                      - พิจารณาโยกย้ายข้าราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเนื่องจากอยู่ในข่ายต้องสงสัยมีส่วนสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องขบวนการผลิต จำหน่ายยาเสพติด หรือเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเจ้าพนักงานตำรวจและผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมออกจากพื้นที่
                      - สร้างระบบการปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงจังและสุจริตมิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม
                      - เปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถสอบถามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งข้าราชการประจำ ทหาร ตำรวจและข้าราชการฝ่ายการเมือง
            ๑.๔ ยุทธศาสตร์การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ
เพื่อตัดวงจรผู้เสพยาเสพติดออกจากวงจรการค้าด้วยการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในทุกระบบ ควบคู่กับการติดตาม ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ผู้ผ่านการบำบัด ฟื้นฟูให้สามารถกลับคืนสู่ ครอบครัว ชุมชนและสังคม และดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๕ ประการ ได้แก่
                  ๑)  การจำแนกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน โดยเน้นการแยกผู้ใช้ยา และผู้เสพติดออกมารับการบำบัดรักษา สนับสนุนให้มีมาตรการดูแลหรือบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสม โดย
                       - กลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นแหล่งการค้าหรือมีเพื่อนเสพ/ติดยาเสพติด ควรต้องมีการดูแลเฉพาะรายโดยสร้างกลุ่มเพื่อนที่ไม่เสพยา ผู้ปกครองและครูคอยเอาใจใส่ ให้คำปรึกษาติดตามและประเมินผลรวมทั้ง เสริมกิจกรรมเกี่ยวกับค่าย กีฬา ดนตรีและเยี่ยมบ้าน
                        - กลุ่มผู้เสพหรือผู้ใช้ยา ซึ่งเป็นผู้มีพฤติกรรมเสพยาเป็นบางครั้งคราว โดยถูกหลอกให้เสพหรืออยากลอง ควรนำไปบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชนและค่ายของชุมชน
                        - กลุ่มผู้ติดยา ซึ่งเป็นผู้มีพฤติกรรมเสพยาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นและหรือมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นผู้ค้ารายย่อย ควรนำไปบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานที่เหมาะสม เช่น ค่ายทหารและสถานบำบัดฟื้นฟูของรัฐและภาคเอกชน เป็นต้น
                       - กลุ่มผู้ติดยาเรื้อรัง ซึ่งเป็นผู้ติดยาที่ไม่สามารถบำบัดรักษาฟื้นฟูให้หายขาดได้ภายใต้เงื่อนไขระบบบังคับรักษา ให้นำไปบำบัดรักษาฟื้นฟูต่อภายใต้ระบบต้องโทษ เช่น ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของกระทรวงยุติธรรม ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดหรือทัณฑสถานบำบัดพิเศษของกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น
                  ๒) การสร้างแรงจูงใจหรือบังคับให้ผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อให้ผู้เสพและผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้มากที่สุด โดย
                      - รณรงค์ให้ครอบครัว ชุมชนและผู้เสพยาได้ตระหนัก มีความรู้และเข้าใจถึงขั้นตอนการค้นหาผู้ติดยา การนำไปสู่สถานบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจรวมทั้งการให้กำลังใจและการดูแลติดตามผู้ที่ได้รับการบำบัดรักษาฟื้นฟูแล้วอย่างใกล้ชิด
                      - เร่งพิจารณาให้สิ่งจูงใจเพื่อให้ผู้ติดยาสมัครเข้ารับการบำบัดรักษา เช่น การให้สิทธิในการฝึกวิชาทหารและได้รับการศึกษาต่อเนื่องซึ่งสามารถนำไปใช้เรียนต่อได้
                      - ปรับปรุงกฎหมายให้ถือว่าผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยการกำหนดปริมาณครอบครองยาเสพติดที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อการปราบปรามหรือส่งเสริมให้เกิดผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น
                  ๓) การพัฒนารูปแบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาของหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ โดย
                      - กำหนดมาตรฐานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นต่ำ โดยต้องผ่านขั้นตอนที่ทำให้ผู้ติดยาสามารถตัดความคิดอยากใช้ยาได้อย่างจริงจัง และครอบครัวต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง
                      - จัดกระบวนการบำบัดรักษาฟื้นฟูให้เป็นระบบ โดยให้กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบในการถอนพิษยาแล้วคัดกรองเพื่อส่งต่อยังสถานที่บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ เช่น กองทัพและหน่วยงานต่างๆ โดยให้กระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่ทำหน้าที่ในการบำบัดรักษา
                      - ปรับปรุงวิธีการหรือกระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาในระบบต้องโทษ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพที่กำหนดและให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
                      - สนับสนุนให้องค์กรทางศาสนา สถาบันการศึกษา สถานประกอบการ ภาคเอกชน องค์กรเอกชน/เครือข่ายประชาชน องค์กรชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา ทั้งนี้ภายใต้การกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งอุดหนุนหรือให้สิ่งจูงใจที่เหมาะสมจากภาครัฐ
                      - ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบที่สามารถกำหนดให้สถานบำบัดรักษาฟื้นฟูที่มีศักยภาพและมีความพร้อมตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้เป็นเครือข่ายสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ (ฉบับใหม่)
                      - สนับสนุนการจัดตั้งมูลนิธิและหรือขยายกองทุนในด้านการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา
                 ๔) การติดตาม ช่วยเหลือและให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้ติดยาที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางสังคมและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข โดย
                     - ให้ครอบครัว อาสาสมัครในชุมชนหรือผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลระดับล่าง เช่น สถานีอนามัยหรือสถานบริการสาธารณสุขชุมชน เป็นผู้ติดตามภายหลังการบำบัดรักษารวมทั้งช่วยเหลือและให้กำลังใจในการเลิกยาเสพติด
                     - สนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรหรือมูลนิธิเพื่อการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและช่วยเหลือผู้ติดยาที่ผ่านการบำบัดรักษาให้มีโอกาสได้รับการฝึกอาชีพ
รวมทั้งการจัดหางานที่มีความมั่นคงเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข
                 ๕) การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความรู้เชี่ยวชาญเห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างจริงจัง โดย
                     - อบรมถ่ายทอดการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
                     - สร้างระบบเครือข่ายข้อมูลในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาซึ่งกันและกัน
           ๑.๕ ยุทธศาสตร์การข่าว
                 เพื่อพัฒนางานด้านการข่าว การประสานการข่าวและการปฏิบัติงานด้านการข่าวของหน่วยงานต่างๆให้เป็นระบบสามารถสนับสนุนการปราบปราม การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ตลอดจนการปราบปรามเครือข่ายผู้กระทำความผิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๆ ๒ ประการ ได้แก่
                 ๑) การพัฒนาด้านการข่าว เพื่อสนับสนุนการทำลายโครงสร้างเครือข่าย ผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้มีอิทธิพล ผู้สมคบ และผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าขนาดกลางซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดในพื้นที่ โดย
                     - ให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจัดทำและพัฒนาข้อมูลด้านการข่าว ประสานอำนวยการและปฏิบัติการด้านการข่าวให้เป็นระบบ ไม่ยึดกับตัวบุคคล
มีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ประโยชน์ต่อกันและกัน
                    - ให้มีศูนย์อำนวยการร่วมระหว่างหน่วยงานด้านการข่าวทั้งในระดับส่วนกลางและระดับภูมิภาค เพื่อบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร อำนวยการด้านข่าวกรอง
ยาเสพติด กำหนดมาตรการและแนวทางในการสืบสวนปราบปราม รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ
                    - ปรับปรุงระบบร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการค้าและเสพติดให้มีความรวดเร็วและปลอดภัย โดยผ่านทั้งองค์กรภาครัฐและภาคองค์กรเอกชนหรือองค์กรเครือข่ายประชาชน รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้เอื้ออำนวยต่อการหาข่าวและสืบสวนขบวนการค้ายาเสพติด เช่น กฎหมายดักฟังทางโทรศัพท์ เป็นต้น
                ๒) การเสริมสร้างความร่วมมือ แรงจูงใจและสนับสนุนการข่าว เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจและผลตอบแทนแก่บุคคล องค์กรที่ปฏิบัติงานหรือสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติงานด้านการข่าว โดย
                    - ปรับปรุงระเบียบการจ่ายสินบนเงินรางวัลและระเบียบการจัดการทรัพย์สินของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อตอบแทนผู้แจ้งข่าว
                    - ให้รางวัลหรือความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษแก่เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงานด้านการข่าวด้วยความจริงจังและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ
                    - กำหนดมาตรการปกป้องคุ้มครองบุคคลและองค์กรต่างๆที่ผู้แจ้งข้อมูลข่าวสาร หรือเป็นพยานให้ปลอดภัยจากการถูกข่มขู่ คุกคามหรือทำร้ายจากบุคคล กลุ่มบุคคลและเครือข่ายผู้กระทำความผิด
          ๑.๖ ยุทธศาสตร์การอำนวยการและประสานงาน
                เพื่อพัฒนางานบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพและมีเอกภาพภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม
การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ๆ ๓ ประการ ได้แก่
                ๑) การกำหนดนโยบายและการจัดองค์กร เพื่อให้การตัดสินใจแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวดเร็วและชัดเจน โดย
                    - ศึกษาวิจัยเชิงนโยบายและทบทวนนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้ม และใช้เป็นฐานสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและยอมรับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายร่วมกัน สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                    - จัดโครงสร้างกลไกและกระบวนการรองรับในลักษณะองค์กรแบบเครือข่าย (Networking Organization) เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเชื่อมโยงและ
เป็นระบบโดยเน้นการระดมสรรพกำลังและกระจายหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน
                    - ปรับปรุงองค์กรบริหารงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกระดับให้มีความคล่องตัว มีอำนาจในการสั่งการกำกับดูแลแนวทางการดำเนินงาน
ที่สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหา ตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับพื้นที่
                    - สนับสนุนให้ภาคเอกชน องค์กรภาคเอกชน องค์กรประชาชน องค์กรท้องถิ่นและสื่อมวลชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการดำเนินงานทุกระดับ
               ๒) การจัดทำแผนและงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้สอดคล้องกับนโยบาย ไม่ซ้ำซ้อนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดย
                   - ให้มีการระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีทุกฝ่ายในทุกระดับ
                   - พิจารณายกเลิก/ตัดทอน/ชะลอโครงการและกิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นโยบายของรัฐบาล
และบทบาทภารกิจของหน่วยงาน โดยเน้นให้ความสำคัญกับโครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องตามแผนและมีลำดับความสำคัญสูงเป็นหลัก
                   - ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณให้เอื้อต่อการดำเนินงานในลักษณะองค์รวมและบูรณาการที่มุ่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการมีส่วนร่วมของภาคีทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงผลลัพธ์เป็นสำคัญ
                   - ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบทบาทและรับผิดชอบจัดสรรงบประมาณเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง
                   - ส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเอกชน และองค์กรประชาชน สามารถระดมทุนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยตนเอง เช่น การจัดตั้งมูลนิธิต่าง ๆ เป็นต้น
              ๓) การประสานงานและพัฒนาบุคลากร เพื่อให้การดำเนินงานในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดย
                  - ปรับปรุงงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ให้เป็นระบบไม่ยึดกับตัวบุคคล และมีทีมงานรับผิดชอบทุกระดับตั้งแต่ในระดับตำบลขึ้นมา สำหรับพื้นที่ ที่มีปัญหารุนแรง ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเกลี่ยเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปประสานงานในพื้นที่เป็นการเฉพาะ
                  - สร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ โดยเฉพาะเจ้าพนักงานตำรวจ ให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด และผลกระทบในเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
                  - ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
                  - สร้างมาตรการจูงใจผลตอบแทนและความดีความชอบเพื่อให้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีความจริงใจและสุจริต เข้ามาร่วมงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
          ๑.๗ ยุทธศาสตร์การปรับปรุงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม
เพื่อปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ และออกกฎหมายใหม่ ให้เอื้ออำนวยให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งขจัดปัญหาต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว เด็ดขาดและเป็นธรรม
การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ๆ ๒ ประการ ได้แก่
                ๑) การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบและการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ลงโทษผู้กระทำความผิด เป็นไปอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด จริงจังและเป็นธรรม โดย
                   - เร่งรัด ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เอื้อต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา พ.ศ....ที่กำหนดให้ ผู้เสพทั้งเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการบำบัดรักษา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ร.บ.สถานบริการ
และพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้ง การพิจารณาออกกฎหมายใหม่ว่าด้วยการเลือกรับคำสารภาพ การคุ้มครองพยาน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การต่อต้านองค์กรอาชญากรรม และการชะลอการฟ้อง เป็นต้น
                  - กำหนดกระบวนการพิจารณาคดียาเสพติดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความรุนแรงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนและสังคมในอนาคต เช่น การขยายแผนกคดียาเสพติดในระบบของศาลที่มีอยู่และพิจารณาความเหมาะสมในการจัดตั้งศาลพิเศษคดียาเสพติด เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วเด็ดขาดและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
                  - ขยายเครือข่ายและพัฒนาระบบงานคุมประพฤติเพื่อรองรับผู้กระทำความผิดที่ต้องถูกบังคับรักษาหรือถูกรอการลงอาญาและถูกคุมประพฤติโดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ
                  - ประสาน ติดตามและปรับปรุงขั้นตอนและระเบียบต่างๆเพื่อให้การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์เป็นไปตามคำพิพากษาอย่างจริงจัง
                ๒) การตรวจสอบทรัพย์สินและการฟอกเงิน  เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสามารถนำมาใช้ในการสนับสนุนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป โดย
ผลักดันการบังคับใช้มาตรการริบทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเคร่งครัด เด็ดขาดและเป็นรูปธรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
                    - ปรับปรุงแนวปฏิบัติในการประสานการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การตรวจสอบทรัพย์สินเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐาน
                    - สนับสนุนบุคลากรและเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายการดำเนินงานตรวจสอบ ยึด อายัดและริบทรัพย์สินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ
                    - พัฒนาฐานข้อมูลการดำเนินงานตรวจสอบทรัพย์สินและการฟอกเงินให้เป็นระบบ ทันสมัยและสามารถเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายงานข่าวอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนและปราบปรามโครงสร้างเครือข่ายการค้าและกลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง
                    - จัดสรรเงินหรือทรัพย์สินจากกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ระหว่างการตรวจสอบแก่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น ยานพาหนะและเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เป็นต้น
                    - กำหนดมาตรฐานการควบคุมและตรวจสอบการนำเงินเข้า – ออก ประเทศไทยโดยการจำกัดวงเงินที่เหมาะสมในแต่ละประเทศและวางขั้นตอนในการรายงานให้เข้มงวดและรัดกุม
          ๑.๘ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือของประเทศต่างๆทั้งในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๆ ๔ ประการ ได้แก่
                ๑) การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดย
                    - ส่งเสริมกิจกรรมทางการทูต การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติซึ่งครอบคลุมทั้งภาคประชาชนและเอกชน
                    - ใช้กลไกประสานงานระดับท้องถิ่น ระดับภาคและระดับชาติเชื่อมโยงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านอื่น ๆ นำไปสู่การแก้ปัญหายาเสพติดร่วมกัน
                ๒) การแสวงหาความร่วมมือและความช่วยเหลือจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดย
                     - ใช้เวทีการประชุม/สัมมนาการเจรจาในระดับประเทศและระดับนานาชาติทั้งเรื่องยาเสพติดและเรื่องอื่น ๆ เพื่อต่อรองและโน้มน้าวให้เกิดข้อตกลงและการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันอย่างจริงจัง เช่น ความร่วมมือระดับภูมิภาคภายใต้กรอบของแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดระหว่างอาเซียนและจีน ( Accord Plan of Action) เป็นต้น
                    - ขอรับการสนับสนุนเงินทุน วิชาการ เครื่องมืออุปกรณ์ จากโครงการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNDCP) และประเทศต่างๆ เช่น ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพในภูมิภาค เป็นต้น
                    - ช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพต่าง ๆ หรือการปลูกพืชทดแทนควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอนามัยและสาธารณสุขเพื่อไปสู่การลดและเลิกยาเสพติด
               ๓) การสร้างกระแสสังคมในระดับนานาชาติ เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์และปฏิบัติการด้านจิตวิทยาให้ประเทศต่าง ๆ ตระหนักว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาร่วมกันและเป็นภัยคุกคามต่อประชาคมโลก โดย
                   - รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้สังคมโลก ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของยาเสพติด ผ่านทางเวทีการประชุมสหประชาชาติและเวทีการประชุมระหว่างประเทศต่างๆ
                   - เชิญผู้แทนทูตานุทูต องค์กรระหว่างประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศเยี่ยมชมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด กระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศ โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงาน
                   - แถลงข่าวหรือจัดทำรายงานสถานการณ์ยาเสพติด ทั้งด้านการผลิตการค้า การลำเลียงและนำเข้า การแพร่ระบาดภายในและผ่านไปยังต่างประเทศ รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อคนไทยและสังคมไทย ต่อสื่อมวลชนและองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
               ๔) การส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่แหล่งผลิตและพื้นที่ข้างเคียงบริเวณชายแดน โดย
                    - ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือด้านความรู้และทักษะเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง
                    - ส่งเสริม สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เข้าไปลงทุน ประกอบธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในลักษณะ Cross Border Development โดยใช้มาตรการลดภาษีและจูงใจต่าง ๆ
          ๑.๙ ยุทธศาสตร์การวิจัย พัฒนา และ ติดตามประเมินผล
                 เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างมีหลักการอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง และพัฒนางานด้านการติดตามประเมินผลเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการติดตามนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์  การดำเนินงานประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ ๆ ๒ ประการ ได้แก่
                ๑) การวิจัยและพัฒนา เพื่อจัดและสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดย
                    - ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มของตัวยาและรูปแบบการแพร่ระบาดเพื่อนำไปสู่การป้องกันที่เป็นระบบแบบเบ็ดเสร็จ
                    - วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาให้ทันสมัยและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
                    - วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปราบปราม การดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
                    - สนับสนุนการศึกษาวิจัยรูปแบบการบริหารจัดการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
               ๒) การติดตามประเมินผลและกำหนดเครื่องชี้วัด เพื่อให้ได้รับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นำไปสู่การปรับปรุง วางแผน กำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดย
                    - จัดทำระบบฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย ทันเหตุการณ์ โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ แนวทางและมาตรการของแผนแม่บทฯ ตั้งแต่ในระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับชาติ รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                    - สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและติดตามประเมินผล แผนงาน โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นวิชาการ เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด
อย่างมีหลักการ บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงซึ่งได้รับการวิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นระบบ
                    - กำหนดกระบวนการติดตามประเมินผลและพัฒนาเครื่องชี้วัดความสำเร็จ โดยมอบหมายให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานภายนอก ร่วมกับตัวแทนองค์กรประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
                    - ยกย่องเชิดชูเกียรติและพิจารณาให้ความดีความชอบแก่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่ที่มีผลงานประสบความสำเร็จ สำหรับพื้นที่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้รับผิดชอบชี้แจงเหตุผลและปัญหาอุปสรรค รวมทั้งพิจารณาโยกย้ายสับเปลี่ยนและสรรหาบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมมารับผิดชอบแทน
     ๒. กรอบแนวคิดในการจัดทำแผนงาน โครงการและมาตรการที่มีความสำคัญสูง
          เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙ ดังกล่าวข้างต้น  ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงานเริ่มจากการจัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละเรื่องโดยควรให้ความสำคัญตามกรอบแนวคิดในการจัดทำแผนงานโครงการและมาตรการที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ต่างๆ ซึ่งสามารถปรับเน้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหาที่เกิดในแต่ละพื้นที่ ดังนี้

ยุทธศาสตร์
แนวคิดแผนงาน-โครงการ-มาตรการ
๑. ยุทธศาสตร์การปลุกพลัง แผ่นดินและการป้องกัน
๑. การกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคนในสังคมร่วมกัน ผนึกกำลังเป็นพลังของแผ่นดินเข้าต่อสู้และเอาชนะยาเสพติด โดย รณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อการป้องกัน การสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประชาชน เด็ก และกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เริ่มที่สถาบันครอบครัว รวมทั้งการจัดระเบียบและเสริมสร้างความมั่นคงแก่หมู่บ้านตามแนวชายแดน
๒. การบรรจุเรื่องปัญหา สถานการณ์ ผลกระทบและแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดไว้ในหลักสูตรการเรียนทุกระดับ และ ในหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานต่างๆ
๓. การพัฒนาและขยายทีมงานวิทยากรกระบวนการเพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนและพลังมวลชนในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาอื่นๆ
๔. การสร้างเวทีประชาคมในชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ เพื่อให้เกิดกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำและร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหานำไปสู่เป้าหมายชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ ปลอดยาเสพติด
๕. การพัฒนาและขยายเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์กรเอกชนและองค์กรเครือข่ายประชาชน ๖. การจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีขั้นพื้นฐานแก่เด็กและเยาวชน กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งด้านจริยธรรม ระเบียบวินัยหน้าที่ความ รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมส่วนรวม
๗. การฝึกอบรม ครู อาจารย์ ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชนในการปรึกษา แนะนำ และเฝ้าระวังโดยสามารถแยกแยะ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มติด เพื่อให้ป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันการณ์
๘. การจัดกิจกรรมที่หลาหลาย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด โดยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในสังคม
๙. การกำหนดพื้นที่ ควบคุมดูแล กำกับ และตรวจสอบสถานบริการ สถานเริงรมย์ต่าง ๆ รวมทั้งหอพักนักเรียนและนักศึกษาอย่างใกล้ชิด
๑๐. การดูแล เฝ้าระวังพื้นที่และชุมชนที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหายาเสพติด โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกในชุมชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
๒. ยุทธศาสตร์การควบคุมตัวยาและสารเคมี
๑. การควบคุม ตรวจสอบ ตัวยา และสารเคมี ทั้งที่มาจากต่างประเทศและภายในประเทศ รวมทั้งการป้องกันปราบปรามสถานพยาบาล และร้านขายยามิให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทดแทน
๒. การปรับปรุงระบบจัดเก็บ ทำลายของกลางยาเสพติดและประชาสัมพันธ์ให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมได้รับรู้
๓. การควบคุม ตรวจสอบช่องทาง จุดผ่อนปรนด่านและทางออกต่างๆ รวมทั้งการลาดตระเวน ปราบปรามขบวนการผลิต ลำเลียงตัวยาเสพติดในพื้นที่บริเวณชายแดน
๔.การสกัดกั้นการผลิต การลำเลียงและการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดน โดยกองทัพเป็นศูนย์กลางในการประสานและดำเนินการ
๓. ยุทธศาสตร์การปราบปราม
๑. การจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจด้านการปราบปรามยาเสพติดในระดับภาคและระดับพื้นที่ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้าส่ง ผู้มีอิทธิพล ผู้สมคบและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นการถ่วงดุลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานในพื้นที่
๒. การพัฒนาบุคลากรทั้งด้านความรู้ จิตสำนึก และพลังศรัทธาในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี และการให้การสนับสนุน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสืบสวนและการปราบปรามอย่างเพียงพอ
๓. การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบการนำเข้า-การขนส่งยาเสพติด และ สารเคมี สารตั้งต้น ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ โดยฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
๔. การเร่งรัดดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐทีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้า สนับสนุนหรือปกป้องผู้กระทำผิดและขบวนการผลิต/ค้ายาเสพติด อย่างจริงจัง เด็ดขาดและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม
๕. การเร่งพิจารณานำของกลางหรือทรัพย์สินที่ได้จากการยึด อายัดและริบทรัพย์ไปใช้ประโยชน์และจัดสรรทรัพย์สินดังกล่าว กลับคืนแก่ผู้มีส่วนร่วมในการแจ้งข่าวหรือจับกุม
๔. ยุทธศาสตร์การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ
๑. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ครอบครัว ชุมชน มีความรู้ลักษณะ และพฤติกรรมผู้ติดยา เข้าใจขั้นตอนการค้นหา การนำไปสู่สถานบำบัด ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการให้กำลังใจ ดูแลติดตาม เพื่อชักจูง โน้มน้าวให้ผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดรักษาโดยสมัครใจ
๒. การจัดทำข้อมูลผู้เสพ ผู้ติด จำแนกตามกลุ่มคนและพื้นที่ และแยกแยะผู้ติดยาเสพติดในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ตัวยาและระบบการรักษา
๓. การกำหนดมาตรฐานกระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นต่ำ โดยควรทำให้ผู้ติดยาผ่านระยะตัดความคิดอยากใช้ยาและเน้นให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างต่อเนื่อง
๔. การพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรเพื่อสนับสนุนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาในสถานที่ต่างๆ
๕. การจัดทำค่ายบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาโดยใช้สถานที่มีอยู่และมีศักยภาพเพียงพอ เช่น ค่ายทหาร ตำรวจ และศาสนสถานต่างๆ
๖. การปรับปรุงกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาในระบบต้องโทษ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ และให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
๗. การรับรอง (Accreditation) แก่สถานบำบัดรักษาที่มีมาตรฐาน และคุณภาพ
๘. การจัดให้มีระบบการติดตามช่วยเหลือ และให้กำลังใจแก่ผู้ที่ผ่าน การบำบัดฟื้นฟูเพื่อให้สามมารถกลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชน และดำรงชีวิต อย่างปกติสุข
๕. ยุทธศาสตร์ด้านการข่าว
๑. การจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วม การพัฒนางานการข่าว และการปฏิบัติการด้านการข่าวให้เป็นระบบ เพื่อสามารถสนับสนุนการปราบปราม
๒. การปรับปรุงระบบร้องเรียนและกลั่นกรองเกี่ยวกับพฤติกรรมการค้าและเสพยาเสพติดโดยผ่านทั้งองค์กรภาครัฐและองค์กรเอกชน และองค์กรเครือข่ายประชาชนต่างๆ
๓. การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและดาวเทียมเพื่อติดตามและเฝ้าระวังการผลิต การลำเลียงและการค้ายาเสพติด
๔. การปรับปรุงกฎหมายให้เอื้ออำนวยต่อการหาข่าวและสืบสวนขบวนการค้ายาเสพติด เช่น กฎหมายดักฟังทางโทรศัพท์ เป็นต้น
๖. ยุทธศาสตร์การอำนวยการและประสานงาน
๑. การปรับปรุงการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและปรับปรุงองค์กรให้เล็ก กะทัดรัด ยืดหยุ่น คล่องตัวและมีเอกภาพ โดยมีการบริหารจัดการแบบ Networking organization และการทำงานในลักษณะ team spirit
๒. การพิจารณายกเลิก/ตัดทอน/ชะลอแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็น และ/หรือที่ไม่สอดคล้องกับแผนแม่บทฯ แผนการแก้ปัญหาในพื้นที่ บทบาทภารกิจของหน่วยงานและนโยบายของรัฐบาล
๓. การปรับปรุงกระบวนการระดมและจัดสรรทรัพยากรเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการจัดสรรงบประมาณบางส่วนลงสู่พื้นที่โดยตรง ควบคู่กับการจัดสรรผ่านหน่วยปฏิบัติในส่วนกลาง รวมทั้งการระดมทรัพยากรจากภาคอื่นๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และทรัพย์สินที่เป็นของกลางจากการจับกุมหรือยึด อายัดและริบทรัพย์
๔. การจัดทำและพัฒนาระบบข้อมูลและ เทคโนโลยีสารสนเทศด้านยาเสพติด ทั้งในระดับชาติ ระดับพื้นที่รวมทั้งการจัดระบบเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๕. การฝึกอบรม พัฒนาและสร้างจิตสำนึกบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าพนักงานตำรวจควบคู่กับการพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์จากส่วนกลางไปช่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีปัญหารุนแรง
๖. การยกย่องเชิดชูเกียรติ และพิจารณาให้ความดีความชอบแก่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่ที่มีผลงานประสบความสำเร็จสำหรับพื้นที่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้รับผิดชอบชี้แจงเหตุผลและปัญหาอุปสรรค รวมทั้งพิจารณาโยกย้ายสับเปลี่ยนและสรรหาบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมมารับผิดชอบแทน
๗. ยุทธศาสตร์การปรับปรุงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม
๑. การปรับปรุง แก้ไข กฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ สถานบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขออนุญาตเปิดกิจการ การเพิ่มบทลงโทษ กรณีมีการจำหน่ายยาเสพติด การกำหนดเขตพื้นที่ในการขออนุญาต จัดตั้ง เป็นต้น
๒. การขยายงานตรวจสอบ อายัดและ ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการ ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒
๓. การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่และออกกฎหมายใหม่ที่เอื้ออำนวยต่อการปราบปรามและดำเนินการทางกฎหมาย เช่น ปรับปรุง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.... การควบคุมเงินเข้าออกบริเวณชายแดน การพิจารณายกร่างกฎหมายใหม่ เช่น กฎหมายว่าด้วยการเลือกรับสารภาพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน องค์กรอาชญากรรมต่อเนื่อง ตลอดจนการชะลอการฟ้อง การเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา
๔. การเร่งขยายแผนกคดียาเสพติดในระบบศาลที่มีอยู่และการพิจารณาความเหมาะสมในการจัดตั้งศาลพิเศษคดียาเสพติด
๕. การขยายเครือข่ายและพัฒนาระบบงานคุมประพฤติเพื่อรองรับผู้กระทำความผิด ที่ต้องถูกบังคับรักษาหรือถูกรอลงอาญาและถูกคุมประพฤติโดยมีเงื่อนไขต่างๆ โดยอาศัย ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา องค์กรทางศาสนา ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนองถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและอาสาสมัครต่างๆ
๘.ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศ
๑. การประชุมพบปะของผู้นำระดับสูงทั้งระดับทวิและพหุภาคีเพื่อเจรจาเกี่ยวกับ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลง และวิธีปฏิบัติร่วมกันที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
๒. การจัดตั้งทีมงานหรือผู้ประสานงานด้าน ยาเสพติดระหว่างประเทศเพื่อใช้เป็นกลไกติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน ตามข้อตกลงและแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้
๓. การขอความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่างๆที่มีศักยภาพ ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี การบำบัดรักษาและฟื้นฟูฯในระดับภูมิภาค เป็นต้น
๔. การให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ในการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การศึกษาและสาธารณสุข เป็นต้น
๕. การแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชนระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
๖. การประสาน ติดตามและผลักดันให้มีการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดระหว่างอาเซียนและจีน (Accord Plan of Action)
๗. การร่วมลงทุนทางธุรกิจ การค้า ท่องเที่ยวอุตสาหกรรมบริเวณชายแดนระหว่างประเทศเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น
๙. ยุทธศาสตร์การวิจัย พัฒนา และ ติดตามประเมินผล
๑. การศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มของตัวยารูปแบบการแพร่ระบาดในกลุ่มเป้าหมายและในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งแนวทางการป้องกันปัญหาที่มีประสิทธิภาพเป็นระบบและเบ็ดเสร็จ
๒. การศึกษาวิจัยและประเมินผล รูปแบบการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยา รวมทั้งรูปแบบการปราบปราม และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
๓. การสร้างระบบการติดตามประเมินผลและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๔. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๕. การวิจัยพัฒนาและติดตามประเมินผลแผนงาน โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นวิชาการรวมทั้งรูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงซึ่งได้รับการวิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นระบบ