SharePoint

home-aunjai

 

 

ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน

 

aunjai-pic051.jpg  

 

นโยบายและแผนงาน

             จากคำสั่ง ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ที่ 24/2555 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ได้กำหนดให้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในระดับรุนแรง ภายใต้ชื่อโครงการ "ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน ปฏิบัติการปิดล้อม X-Ray เชิงรุก 90 วัน"โดยกำหนดพื้นที่การดำเนินงานใน 12 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนในกรุงเทพมหานครจำนวน 3 ชุมชน และชุมชนในพื้นที่ภาค 1 – 9 จำนวนภาคละ 1 ชุมชน ซึ่งพื้นที่ที่มีสถานการณ์ปัญหายาเสพติดรุนแรงและได้รับคัดเลือกเพื่อเป็นเป้าหมายแรกในโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืนฯ ได้แก่

    1. ชุมชนล็อค 1-2-3 ชุมชนล็อค 4-5–6 และชุมชน 70 ไร่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

    2. ชุมชนไผ่เขียว ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

    3. บ้านมาบสามเกลียว ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี

    4. บ้านหนองตะลุมปุ๊ก ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

    5. บ้านหนองปลาเข็ง ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

    6. บ้านโป่งน้อย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

    7. ชุมชนเสือทิม เทศบาลเมืองนครพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก

    8. บ้านแหลมชะอุย ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐม

    9. ชุมชนบ้านนาเหนง เทศบาลตำบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี

    10. บ้านทุ่งโพธิ์ ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา

               ต่อมาได้มีคำสั่ง ศพส. ที่ 25/2555 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ขยายการดำเนินงานตามโครงการฯออกไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในพื้นที่ชุมชนเป้าหมายจำนวน 928 แห่ง และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติการเชิงรุก 90 วัน ได้มีคำสั่ง ศพส. ที่ 1/2556 ลงวันที่ 29 มกราคม 2556 ขยายระยะเวลาโครงการออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2556 เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดและความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ โดยมอบหมายให้ ศพส.จ. เป็นกลไกรับผิดชอบในการบริหารจัดการอำนวยการระดับจังหวัดและ ศพส.อ. เป็นกลไกรับผิดชอบการอำนวยการและปฏิบัติในพื้นที่

 

กรอบแนวคิดการดำเนินงาน

1. การอำนวยการรวมศูนย์ (Single Command) คือ การจัดกลไกสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถตอบสนองภารกิจการปฏิบัติได้อย่างทันท่วงที

2. การบูรณาการมาตรการ (Integrated Measures) คือ การใช้มาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งมาตรการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา ผสมผสานบูรณาการเข้าด้วยกันกับการแก้ไขปัญหาพื้นฐานและการปรับสภาพแวดล้อมอย่างครบวงจร

3. การมีส่วนร่วมของชุมชน (People Participation) คือ การส่งเสริมชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งในการดำเนินการป้องกัน เฝ้าระวังยาเสพติดอย่างจริงจัง

4. การยึดพื้นที่ (Area Approach) คือ การใช้หมู่บ้าน/ชุมชนเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานแบบเบ็ดเสร็จในลักษณะยึดพื้นที่เป็นส่วนๆ ก่อนขยายพื้นที่ปฏิบัติการต่อไป

 

วัตถุประสงค์หลัก

1. ลดปัญหาการค้ายาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในชุมชน

2. นำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดในชุมชนเข้ารับการบำบัดรักษาให้มากที่สุด

3. เฝ้าระวังและติดตาม ช่วยเหลือดูแลผู้ผ่านการบำบัดรักษาให้มีอาชีพ การงาน การศึกษา และไม่กลับไปมีพฤติการณ์เสพซ้ำ         

4. คนในชุมชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน

5. ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติดได้

 

มาตรการการดำเนินงาน

1. จัดตั้งกองบัญชาการควบคุม (Command Center) ในพื้นที่เป้าหมาย เป็นกลไกรับผิดชอบแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมีกองบังคับการควบคุม (Command Post) เป็นที่ทำการส่วนหน้าสำหรับการปฏิบัติภารกิจ

2. มาตรการในการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย การจัดทำข้อมูล การดำเนินการต่อผู้ค้า/ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ป้องกันกลุ่มเสี่ยง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว และสร้างความปลอดภัยจากอาชญากรรมในชุมชน

 

 aunjai-7.jpg

การดำเนินการพื้นที่คลองเตย 

การเตรียมการ

1. การดำเนินงานด้านข้อมูล จัดให้มีการสำรวจข้อมูลสภาพพื้นฐานทางกายภาพของชุมชน ข้อมูลสภาพปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลผู้ค้า/ผู้เสพ/ผู้ติด/กลุ่มเสี่ยง ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง/แหล่งมั่วสุม ข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้นำชุมชนฯ พร้อมกับจัดทำเป็นแผนที่ชุมชนเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดำเนินงาน

2. การจัดกำลังพลมาปฏิบัติงาน เนื่องจากกำลังของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานในคลองเตยที่มีสภาพปัญหารุนแรง จึงได้มีการขอกำลังจากส่วนราชการอื่นๆ เช่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจชุมชนสัมพันธ์จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 กระทรวงสาธารณสุข (โรงพยาบาลธัญญารักษ์) มาปฏิบัติหน้าที่เป็นการประจำใน Command Post ควบคู่กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกรุงเทพมหานคร เข้ามาช่วยการปฏิบัติงานเป็นครั้งคราวตามการร้องขอ

3. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานตามโครงการฯ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการฯ โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆการจัดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ การออกเสียงตามสายในชุมชน และการใช้รถยนต์ออกประชาสัมพันธ์การดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย ตลอดจนการใช้ตำรวจชุมชนสัมพันธ์จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่

 

การดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด

1. การชักจูงผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา เริ่มตั้งแต่การรณรงค์ออกเสียงตามสาย การกดดันปิดล้อมตรวจค้น การตั้งจุดตรวจจุดสกัด การลาดตระเวนและสุ่มตรวจปัสสาวะ โดยวิธีการที่ดำเนินการในทุกวันได้แก่ การลาดตระเวนและสุ่มตรวจปัสสาวะ และการที่มี Command Post ตั้งอยู่ในพื้นที่และมีการดำเนินการเป็นประจำทำให้ผู้ที่สนใจจะเข้ารับการบำบัดฯสมัครใจเดินเข้ามารับคำปรึกษาและขอเข้าบำบัดด้วยตนเอง

2. เมื่อได้ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดแล้ว จะดำเนินการตรวจร่างกายและประเมินคัดกรองตามแบบประเมินASSIST เพื่อประเมินสภาพการใช้สารเสพติดและเป็นข้อมูลวินิจฉัยปัญหาและส่งผู้เสพ/ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดที่เหมาะสม หลังจากนั้นจะดำเนินการสัมภาษณ์ผู้เสพ/ผู้ติดตามแบบรายงานการบำบัดรักษาผู้ใช้สารเสพติด (บสต.3)และแบบเก็บข้อมูลผู้เสพเพื่อทำเป็นฐานข้อมูลยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป โดยในระหว่างการสัมภาษณ์นอกจากจะประเมินในเรื่องสภาพการใช้สารเสพติดแล้ว ยังสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ ครอบครัว สังคมเพื่อเป็นข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและครอบครัวต่อไป

3. ดำเนินการส่งผู้เสพ/ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยจำแนกตามสภาพการใช้สารเสพติด ดังนี้

      1) กลุ่มใช้เป็นครั้งคราว จะนำเข้าสู่ศูนย์บริการสาธารณสุข 41 ของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การรักษาในรูปแบบผู้ป่วยนอก และให้มารายงานตัวที่ Command Post ในทุกสัปดาห์เพื่อติดตามอาการ

      2) กลุ่มเสพ ถ้าเป็นผู้เสพที่มีปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจ เช่น ต้องดูแลเลี้ยงดูครอบครัวและมี อาการเสพไม่มาก จะนำเข้าสู่ศูนย์บริการสาธารณสุข 41 และให้มารายงานตัวที่ Command Post ในทุกสัปดาห์เพื่อติดตามอาการ แต่ถ้าไม่มีปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจหรือเป็นโรคติดต่อจะนำเข้าสู่กระบวนการค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวน 15 วัน หรือเข้ารับการรักษาที่วัดสะพาน

     3) กลุ่มติด จะนำเข้าสู่ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 15 วัน หรือค่ายที่มีจำนวนวันที่มากขึ้นตามสภาพอาการและจำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษา หรือนำส่งโรงพยาบาลธัญญารักษ์

     4) กลุ่มติดรุนแรง นำส่งโรงพยาบาลธัญญารักษ์

         * และในบางครั้งถ้าเป็นผู้เสพ/ผู้ติดที่เคยหนีหรือเข้าสู่กระบวนการบำบัดไม่ครบตามขั้นตอนจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการบังคับบำบัดต่อไป

4. การติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษา สำหรับผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาฯ ในค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะมีแบบสอบถามความต้องการขอรับการช่วยเหลือ ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดทั้งในเรื่องของการศึกษาต่อ การฝึกอาชีพ การจัดหางานการจัดหาทุนสนับสนุนการดำเนินงาน

 

 

ตัวอย่างพื้นที่ดำเนินงานของสำนักงาน ปปส.ภาค

 

         ​สำนักงาน ปปส.ภาค 4 เลือกพื้นที่ชุมชนหนองปลาเข็ง ม.1 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื่องจากมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าเป็นหลัก ซึ่งแต่ก่อนมาจากเด็กที่คอกม้าแข่งนำมาเสพและแพร่มาเป็นคนขับรถขนส่งของบริษัทต่างๆ รุกลามมาถึงเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา ในชุมชนหนองปลาเข็งและหมู่บ้านข้างเคียง ปัจจัยที่สนับสนุนให้มีการแพร่ระบาดมากเนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เป็นหมู่บ้านที่มีการคมนาคมไปจังหวัดได้สะดวก และหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นแหล่งค้ายาบ้า เป้าหมายหลักของการทำงานครั้งนี้ เพื่อลดปัญหายาเสพติดในชุมชน ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้มีอาชีพการงานการศึกษา และไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดaunjai-pic001-1.jpg
         ​สำนักงาน ปปส.ภาค 6 เลือกพื้นที่ชุมชนเสือทิมและชุมชนพิชัยสงคราม เทศบาลนครพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลกซึ่งเป็นชุมชนที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกันเป็นชุมชนเป้าหมายในการปฏิบัติงาน เนื่องจากพื้นที่ทั้ง 2 ชุมชน มีหอพักอยู่เป็นจำนวนมากทำให้มีจำนวนประชากรแฝงเช้ามาอยู่ในพื้นที่ ยากต่อการควบคุมสถานการณ์ยาเสพติดภายในพื้นที่ ทำให้เป็นพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดยาเสพติด ตัวยาที่แพร่ระบาด ได้แก่ ยาบ้า สำนักงาน ปปส.ภาค 6 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายอำนวยการและคณะทำงานปฏิบัติการ โดยแบ่งเป็น คณะทำงานฝ่ายข้อมูลการข่าวและปราบปราม คณะทำงานประสานงานป้องกัน บำบัดและชุมชน และคณะทำงานฝ่ายอำนวยการปฏิบัติ และมีการกำหนดเวรประจำ Command Post เพื่อให้คำปรึกษาแก่ชุมชนรวมทั้งประสานการปฏิบัติระหว่างส่วนราชการกับประชาชนในชุมชนได้ตลอดเวลาaunjai-pic0022.jpg
       ​ สำนักงาน ปปส.ภาค 7 เลือกพื้นที่แหลมชะอุย โดยมีการจัดค่าปลุกพลังบวก ณ วัดเวฬุวนาราม ต.ลำพญา อ.บางเลนจ.นครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ ต.ลำพญา และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าสู่การบำบัดรักษาโดยสมัครใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดพร้อมกับติดตามช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษาเมื่อกลับคืนสู่ชุมชน มีการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอสม.ประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน และวิทยากรกระบวนการ สำรวจความต้องการในการฝึกอาชีพและศึกษาต่อ โดยกำหนดแผนในการติดตาม 7 ครั้งaunjai-pic005.jpg
       ​สำนักงาน ปปส.ภาค 9 เลือกพื้นที่ชุมชนร่วมใจพัฒนา เทศบาลนครสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลาเป็นพื้นที่เป้าหมายโครงการเริ่มจากการทำความเข้าใจกับชุมชนว่าทำไมภาครัฐจึงเลือกชุมชนนี้เป็นชุมชนเป้าหมายและการดำเนินโครงการจะส่งผลดีกับชุมชนอย่างไร ชุมชนจะได้ประโยชน์อะไร และสิ่งที่ภาครัฐต้องการให้ชุมชน ร่วมมือหรือสนับสนุนมีเรื่องใดบ้าง หากมีข้อสงสัยจะดำเนินการชี้แจงทันทีเพื่อลดความขัดแย้งหลังจากนั้นจะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน การจัดกำลังพล ซึ่งเป็นการสนธิกำลังร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยึดตามภารกิจของ Command Post การปฏิบัติการได้แก่ การปราบปรามจับกุมและรับแจ้งข้อมูลข่าวสาร การตั้งจุดตรวจสกัดและลาดตระเวนภายในชุมชน การสุ่มตรวจปัสสาวะและการนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาทั้งในสถานพยาบาลและค่าย และการรณรงค์

aunjai-pic006.jpg







 

                  ​​                  ห้องอุ่นใจในสถานศึกษา

                                                                                   อรอนงค์ ลาภภูวนารถ


 

 ด้วยความห่วงใยของเลขาธิการ ป.ป.ส. ต่อปัญหายาเสพติดในเยาวชน

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงวัยอยากรู้ อยากลอง ที่กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรม ประกอบกับสภาพปัจจุบันที่แวดล้อมด้วยปัจจัยเสี่ยงในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ สถานบันเทิง ร้านเกมส์ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เป็นต้น ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งเสพ ติด และค้ายา

                        สำนักงาน ป.ป.ส.จึงได้จัดทำโรงการห้องอุ่นใจในสถานศึกษาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีสถานที่เรียนรู้ และสร้างกระบวนการคิดเพื่อปฏิเสธยาเสพติดตลอดชีวิต มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาด้วยการจัดตั้ง กองลูกเสือต้านภัยยาเสพติดให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติด ทำหน้าที่ตรวจตรา ลาดตระเวน สอดส่องดูแลพฤติกรรมและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มงวด  อีกทั้งเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง นักเรียน ครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้มาร่วมพูดคุย พบปะ และร่วมกันแก้ไขปัญหาของนักเรียน ที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องของยาเสพติด หรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปในเรื่องที่ไม่ถูกต้องอื่นๆ         

                                                                             อ่านต่อ

 

วีดิทัศน์แนะนำ